เช้านี้ที่หมอชิต - พรรคประชาชน จี้ กกต. ตรวจสอบบัตรเสีย-บัตรเขย่ง พุ่งสูงผิดปกติ ประกาศชัด ไม่ร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาล "พรรคภูมิใจไทย" เพราะผิดสัญญา MOA ที่เคยตกลงกันไว้
แม้ กกต. จะยังไม่ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แต่ "คุณเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ก็น้อมรับมติเป็นพรรคอันดับ 2 โดยคาดว่าจำนวน สส. แบบแบ่งเขต จะอยู่ที่ 88 ที่นั่ง และแบบบัญชีรายชื่อ ประมาณ 30 ที่นั่ง ซึ่งพรรคฯ ยังคงติดตามข้อมูลผลการเลือกตั้งที่ต้องอัปเดตตลอดเวลา
จนถึงขณะนี้ทีมงานได้รับเรื่องร้องเรียนความผิดปกติในบางพื้นที่ เช่น จังหวัดลำปาง เขต 2 ที่มีบัตรเสียกว่า 7,000 ใบ และมีคะแนนส่วนต่างแพ้-ชนะอยู่ที่ 2,000 คะแนน จังหวัดขอนแก่น เขต 3 แพ้-ชนะกันแค่หลักร้อยคะแนน แต่จำนวนบัตรเสียและบัตรเขย่งมีความผิดปกติค่อนข้างมาก
ส่วนที่จังหวัดปทุมธานี พบเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ปิดห้องนับคะแนน แม้ผลการนับคะแนนใหม่ไม่ได้ต่างกันมากนัก แต่การทำให้กระบวนการโปร่งใส และเป็นธรรมเชื่อถือได้ เป็นสิ่งสำคัญที่พรรคฯ มองว่า จะละเลยไม่ได้
ยังมีอีกหลายกรณีที่เกิดขึ้นกับผู้สมัคร สส. และพรรคฯ ได้ให้ทีมกฎหมาย เป็นหัวเรือในการตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ และขอให้ประชาชนที่พบเหตุผิดปกติ สามารถแจ้งเรื่องเข้ามาที่พรรคฯ ได้โดยตรง หรือช่องทางภาคประชาสังคม เช่น vote62 เป็นเว็บไซต์รับเรื่องร้องเรียนออนไลน์เกี่ยวกับความผิดปกติในการเลือกตั้ง
สำหรับจุดยืนของพรรคฯ ยังชัดเจน เหมือนกับที่ได้แถลงไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงขอปฏิเสธข่าวลือที่ว่ามีการทาบทามให้พรรคประชาชนเข้าร่วมรัฐบาล ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคอันดับ 1 ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน และตราบใดที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ เราก็จะไม่ร่วมสังฆกรรมอย่างแน่นอน
ส่วนประเด็นที่นายอนุทินขอบคุณพรรคประชาชน ที่พามาได้ไกลขนาดนี้ นายณัฐพงษ์ บอกว่า ไม่มีความจำเป็น เพราะนายอนุทิน ผิดสัญญา MOA ไม่ได้ผลักดันรัฐธรรมนูญให้ผ่านตามที่ได้คุยกันไว้ ในช่วงที่พรรคประชาชน โหวตเลือกมาเป็นรัฐบาล แทนพรรคเพื่อไทย
พรรคประชาชน ประเมินปัจจัยในการแพ้-ชนะเลือกตั้งครั้งนี้หลายประเด็น และจำต้องนำกลับมาทบทวน เพื่อรู้ให้ทันกลยุทธ์ทางการเมืองของฝ่ายตรงข้ามให้มากขึ้น และเตรียมรับมือในการเอาชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไป
สิ่งที่เห็นชัดเจนในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ มีบางพื้นที่ บางเขต ที่คู่แข่งอาจมีการแบ่งหรือหลบเขตกัน เมื่อเปรียบเทียบกับผลการเลือกตั้งในปี 2566 คะแนนของผู้สมัครไม่ได้ลดลงหรือเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ความผิดพลาดจึงไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวผู้สมัคร แต่อยู่ที่บริบทในการต่อสู้ว่า คู่แข่งแข่งกันเอง หรือมีการหลบเขตกันหรือไม่
อีกประเด็น เป็นระบบเครือข่ายอุปถัมภ์ ที่พรรคฯ จะต้องทำงานให้หนักมากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมา แม้จะเป็นผู้สมัครจะลงพื้นที่เข้าถึงประชาชน แต่ไม่ได้ยึดโยงกับระบบอุปถัมภ์ ทำให้เป็นอีก 1 ปัจจัยที่แพ้การเลือกตั้ง
หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว คุณเท้ง ณัฐพงษ์ พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคฯ และนายก่อเกียรติ ก่อสูงศักดิ์ ว่าที่ สส. กทม. เขต 14 ขึ้นขบวนรถขยายเสียง ลงพื้นที่บางกะปิ ขอบคุณทุกคะแนนเสียงของประชาชน ซึ่งตลอดเส้นทางได้กล่าวขอบคุณที่เลือกพรรคประชาชน ทั้ง 33 เขตในกรุงเทพ และนี่เป็นครั้งแรกที่ "ส้ม" แลนด์สไลด์ทั้ง 33 เขต 2 สมัย แบบที่ไม่มีพรรคใดทำมาก่อน