สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้

View icon 84
วันที่ 10 ก.พ. 2569 | 20.05 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 09.23 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ณ สวนสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี (สวนแม่-สวนลูก) จังหวัดกาญจนบุรี ภายในพื้นที่วิทยาลัยการเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี อำเภอเมืองฯ จังหวัดกาญจนบุรี

สวนฯ แห่งนี้ มีเนื้อที่ 84 ไร่ มีพื้นที่ต่อเนื่องกับสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 600 ไร่ โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2552 แล้วเสร็จในปี 2556 เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งศึกษาพันธุ์ไม้และดอกไม้นานาชนิด โดยรวบรวมสายพันธุ์มะขามป้อม กว่า 30 สายพันธุ์ และพืชสมุนไพรกว่า 200 ชนิด จังหวัดกาญจนบุรี ได้มอบหมายให้วิทยาลัยการเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของสวนแม่-สวนลูก เป็นผู้ดูแลรักษา มีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนสนับสนุนงบประมาณ และกรมชลประทาน ให้คำแนะนำด้านระบบการจัดการน้ำ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี

พระอนุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดสร้างขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์ ให้ประชาชนได้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต มีขนาด 1 เท่าครึ่งของพระองค์จริง ใช้วัสดุโลหะผสม ซึ่งกรมศิลปากรได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับประดิษฐานพระอนุสาวรีย์ฯ โดยจังหวัดกาญจนบุรีได้ประกอบพิธีอัญเชิญพระอนุสาวรีย์ฯ จากสำนักช่างสิบหมู่ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม มาประดิษฐานบนแท่นศิลา ภายในพื้นที่สวนฯ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 ก่อนมีพิธีเปิดพระอนุสาวรีย์ฯ อย่างเป็นทางการในวันนี้

เวลา 10.27 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังพุทธอุทยานพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ วัดทิพย์สุคนธาราม อำเภอห้วยกระเจา ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในโอกาสครบ 1 ทศวรรษ พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ และทรงทอดผ้าป่าสมทบทุนมูลนิธิพระพุทธเมตตาประชาไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ มีพระศรีวชิรสุธี เจ้าอาวาส พิจารณาผ้าป่า

โดยมูลนิธิพระพุทธเมตตาประชาไทยฯ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบ 1 ทศวรรษ พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ นับแต่เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเป็นประธานการสมโภช เมื่อปี 2558 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชน และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พร้อมกันนี้ ยังจัดสร้างเหรียญบูชาเนื้อผง ในโอกาสครบ 1 ทศวรรษ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เชิญอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ประดิษฐานด้านหลังเหรียญบูชา และมีพระบรมราชวินิจฉัยให้ เชิญอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. ประดิษฐานเหนืออักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานมวลสารมงคล และทรงอธิษฐานจิต เพื่อนำมาเป็นมวลสารหลักในการจัดสร้าง สำหรับมอบแก่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิฯ และทรงเป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษก เมื่อเดือนมกราคม 2569

จากนั้น ทรงพระสุหร่ายฉีด ทรงวางพวงมาลัย และทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง บูชาพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชหฤทัยเลื่อมใสศรัทธา และทรงรับเป็นพระราชธุระในการจัดสร้าง อันเป็นปณิธานริเริ่ม และแน่วแน่ของสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสสะระมหาเถระ) อดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง และอดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม

โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการสร้างพระพุทธรูป และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์อยู่เสมอแล้ว ยังทรงน้อมนำให้เกิดพระราชศรัทธาแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ทรงร่วมบริจาคพระราชทรัพย์ ทรงบอกบุญแก่พุทธศาสนิกชน และผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ได้มีโอกาสร่วมทำบุญโดยเสด็จพระราชกุศลในการสร้างพระพุทธรูป ทั้งทรงรับโครงการจัดสร้างไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยเป็นพระพุทธรูปยืนปางขอฝน ภายในองค์พระ เป็นโครงสร้างเหล็ก ผิวภายนอกเป็นสำริด มีน้ำหนักรวม 174 ตัน มีความสูง 32 เมตร

ในการนี้ ทรงบำรุงดินดี และรดด้วยน้ำนมวัวที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา ซึ่งทรงปลูกไว้ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปทรงเป็นประธานในการสมโภช เพื่อให้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา ได้รับสารอาหาร มีการเจริญเติบโตที่ดี ปัจจุบันมีอายุ 15 ปี

มูลนิธิพระพุทธเมตตาประชาไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ดำเนินการ และบริหารจัดการดูแลบำรุงรักษาภายในพุทธอุทยาน พื้นที่กว่า 320 ไร่ มีคณะสงฆ์ และประชาชน ไปสักการะบูชา และหน่วยงานต่าง ๆ จัดกิจกรรม ณ พุทธอุทยานแห่งนี้

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารอนุสรณ์แห่งการตื่นรู้ โอกาสนี้ พระราชทานดินดี ในกิจกรรม "คืนดินสู่ขุนเขา" แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 10 หน่วยงาน และผู้แทนนักเรียน จากโรงเรียนในพื้นที่อําเภอห้วยกระเจา 25 แห่ง เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมของดินในการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ของตนเอง เป็นการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้นักเรียน ประชาชน และหน่วยงาน ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการ อาทิ กรมชลประทาน จัดทำ "โครงการจัดหาแหล่งน้ำช่วยเหลือวัดทิพย์สุคนธาราม อันเนื่องมาจากพระราชดําริ" เพื่อสนับสนุนน้ำอุปโภค-บริโภค และใช้ในกิจกรรมของวัด และช่วยเหลือเกษตรกร ในพื้นที่ตำบลดอนแสลบ อำเภอห้วยกระเจา มีการขุดสระน้ำ 3 แห่ง ความจุ รวม 1 ล้านลูกบาศก์เมตร, สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า จากคลองส่งน้ำท่าล้อ-อู่ทอง และจัดระบบกระจายน้ำภูเขาเปียกบริเวณยอดเขาขวาง เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ภูเขาและบํารุงต้นไม้ ปัจจุบัน สามารถส่งน้ำครอบคลุมพื้นที่ 250 ไร่

กรมป่าไม้ จัดทํา "โครงการปลูกฟื้นฟูสภาพป่าในบริเวณวัดทิพย์สุคนธาราม จังหวัดกาญจนบุรี" บริเวณเขาขวางด้านหลังขององค์พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ โดยน้อมนําแนวพระราชดําริป่าเปียก มาใช้ดําเนินงานบนพื้นที่ 55 ไร่ ปัจจุบัน สามารถคัดเลือกชนิดพันธุ์ไม้ได้ 7 ประเภท กว่า 11,000 ต้น, ทำให้ราษฎรได้เข้าไปใช้ประโยชน์จากผลผลิตที่เกิดขึ้นในโครงการฯ เพื่อการยังชีพ เช่น เห็ดโคน, ผักหวานป่า และหน่อไม้ และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติแก่ผู้ที่สนใจ

และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จัดทำ "โครงการจัดทำระบบภูเขาเปียก วัดทิพย์สุคนธารามอันเนื่องมาจากพระราชดําริ" บนพื้นที่ 40 ไร่ บริเวณยอดเขาขวาง โดยปลูกและบํารุงต้นไม้ 25 ชนิด จำนวน 2,500 ต้น และปลูกต้นไม้เสริม 1,500 ต้น ได้แก่ ต้นพะยูง, ต้นแดง และมะค่าโมง และจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติขั้นบันได ระยะทาง 500 เมตร

จากการการดําเนินงาน 1 ทศวรรษ ทำให้ชุมชนโดยรอบได้ใช้ประโยชน์ และช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ เกิดการส่งเสริมอาชีพภายใต้แนวทางการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า คนกับป่าอยู่ร่วมกัน ทั้งได้ร่วมทำนุบำรุงและส่งเสริมพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม นับเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม ก่อเกิดความเจริญงอกงามทางจิตใจของประชาชนตามพระราชประสงค์สืบไป

เวลา 14.34 น. ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งกองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย เสด็จพระราชดำเนินไปบ้านปิล๊อกคี่ อำเภอทองผาภูมิ โอกาสนี้ ได้พระราชทานสิ่งของแก่หมวดตำรวจตระเวนชายแดนที่ 1351 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดบ้านปิล๊อกคี่ เฝ้าตรวจและรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ชายแดน 

จากนั้น ทรงติดตามการดำเนินงานโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล๊อกคี่ ซึ่งตั้งอยู่เหนือเขื่อนวชิราลงณ์ การเดินทางต้องนั่งเรือนานกว่า 1 ชั่วโมง มีกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นหน่วยงานสนองพระราชดำริ จัดตั้งโรงเรียนเมื่อปี 2550 เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงและมอญ ได้รู้หนังสือ โดยได้พระราชทานแนวทางการพัฒนาโรงเรียนและชุมชนให้เข้มแข็ง ติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้มีไฟฟ้าใช้, ส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดา ให้มีภาวะโภชนาการที่ดี ส่งผลให้เด็กแรกเกิดถึง 3 ปี มีพัฒนาการสมวัยพร้อมที่จะเรียนรู้ สื่อสารภาษาไทยได้
    
ปัจุบัน เปิดสอนชั้นปฐมวัยถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 259 คน มีผลการเรียนกลุ่มสาระวิชาต่าง ๆ ดีขึ้น คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ มีคะแนนสูงกว่าระดับประเทศ มีทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในระดับพอใช้ เรียนรู้ได้ทันยุค ทันสมัย สามารถศึกษาต่อได้ทุกคน

มีหน่วยงานร่วมสนับสนุน เช่น สำนักงาน กปร. และกรมชลประทาน จัดหาน้ำให้เพียงพออุปโภค-บริโภค, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ปลูกฝังความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น นำสิ่งวัสดุธรรมชาติที่มี มาย้อมสีธรรมชาติ ทอผ้าพื้นเมืองกะเหรี่ยง, วิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี สอนเรื่องโครงสร้างและหลักการทำงานของเครื่องยนต์เล็ก แก๊สโซลีน 4 จังหวะ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เรือ เป็นพื้นฐานช่วยผู้ปกครองบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้ใช้งานได้ยาวนาน

ส่วนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ผลผลิต นำไปประกอบอาหารกลางวัน ช่วยลดค่าใช้จ่าย สร้างความมั่นคงทางอาหาร พบว่า มีภาวะโภชนาการดีขึ้น สุขภาพแข็งแรง ได้เรียนรู้ทักษะชีวิตจากการลงมือปฏิบัติจริง เช่น นำเมล็ดพันธุ์ผักที่เก็บได้ไปตากแห้ง ทดลองปลูกผักหมุนเวียนที่บ้าน และเก็บบริโภคได้แล้ว, ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย อย่างง่าย ช่วยวางแผนการออม ควบคุมค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการแสดง "กะเหรี่ยงกระทบไม้" เป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวปกาเกอญอ มีรากฐานจากวิถีกสิกรรม นิยมแสดงในงานวัฒนธรรมและการต้อนรับต่าง ๆ เน้นจังหวะคึกคักและเร้าใจ และนักเรียนยังร่วมร้องเพลง "กำลังใจ" แสดงความกตัญญูกตเวที และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

และมี "สุขศาลาพระราชทาน" ตรวจรักษาโรคเบื้องต้น ดูแลสุขภาพนักเรียนและคนในชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง มีระบบเทเลเมดิซีน ช่วยลดอุปสรรคการเดินทาง ในพื้นที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เข้าไปติดตั้งอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และปรับปรุงให้มีความเร็วสูงขึ้น เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพ ปีที่ผ่านมา มีการส่งต่อผู้ป่วยเร่งด่วนทางเรือไปโรงพยาบาลทองผาภูมิ 12 คน ส่วนใหญ่ประสบอุบัติเหตุ และมารดาที่มีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ ปัจจุบัน มีเจ้าหน้าที่ประจำ 1 คน แนะนำเรื่องการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล การควบคุมโรค และกำจัดขยะอย่างถูกหลักสุขาภิบาล โดยวันนี้ มีหน่วยแพทย์พระราชทานออกหน่วยตรวจสุขภาพประชาชน สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เข้าถึงการรักษาและการแพทย์ขั้นพื้นฐาน

ปัจจุบัน โรงเรียนฯ สามารถขยายผลการพัฒนาสู่ชุมชน เยาวชนมีการศึกษา ชุมชนเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ เป็นผลสำเร็จที่ครู ตชด. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสนองพระราชดำริ สร้างรากฐานการศึกษา และพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อให้เยาวชนในถิ่นทุรกันดารเติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพของชาติ

ข่าวอื่นในหมวด