ชลบุรีเขต 1 กกต. นัดพิจารณาพรุ่งนี้ ร้องนับคะแนนใหม่ในภายหลังต้องมีข้อเท็จจริง ใครทุจริตเลือกตั้งอย่างไร กปน. ทำผิดอย่างไร ไม่ใช่ฟังต่อ ๆ กันมา พึงระวังร้องเท็จเพื่อกลั่นแกล้งมีโทษตามกฎหมาย กรณีตัวเลขคลาดเคลื่อนผู้ใช้สิทธิเลือก สส.เขต บัญชีรายชื่อ เป็นไปได้เพราะบนเว็บไซต์ยังเป็นการรายงานที่ 95%
เวลา 16.00 น. วันนี้ (11 ก.พ.69) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าวหลังได้รับเรื่องการยื่นคำร้องขอให้นับคะแนนใหม่ในบางจังหวัด แสวงบุญมี ประชุมชี้แจง กกต.ประจำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ให้ทำความเข้าใจกับประชาชนและมวลชน หากยังมีประเด็นสงสัยหรือมีข้อร้องเรียน ให้เสนอเรื่องมายัง กกต.กลาง
ขณะนี้ กกต.ประจำจังหวัด เริ่มนำรายงานผลการนับคะแนนรายหน่วย ทยอยนำขึ้นเว็บไซต์แล้ว อย่างเช่น 33 เขตของกรุงเทพมหานครได้ประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของกกต. กทม. ไปแล้ว
ส่วนกรณีปัญหาของชลบุรี เขต 1 ทีมงานของรองเลขาธิการ กกต. ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี ไปพบกับผู้ร้องและผู้เกี่ยวข้อง ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงครบแล้ว พรุ่งนี้ (12 ก.พ.69) จะเสนอ กกต. พิจารณาว่าจะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร เช่นเดียวกับ กรณีพบรถขนหีบบัตรเลือกตั้งเขต 3 จังหวัดชลบุรี ไปเก็บรักษาในช่วงกลางคืน ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ยืนยันว่า เป็นการดำเนินการตามปกติ ที่เมื่อมีการยุบรวมหีบบัตรเสร็จสิ้นแล้ว จะต้องนำเก็บไว้อย่างที่จัดเก็บที่ปลอดภัย แต่เนื่องด้วยในการยุบรวมหีบบัตรเสร็จในช่วงเย็นจนถึงค่ำ จึงมีการนำส่ง หีบบัตรช่วงเวลากลางคืน แต่ตลอดเส้นทางมีรถของตำรวจทางหลวงและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ให้มีใครทำอะไรกับบัตรเลือกตั้งเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน
ส่วนกรณีที่นักศึกษาเข้าไปในสถานที่เก็บรักษาหีบทรัพย์และเปิดหีบบัตร กกต.ได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้แล้ว โดยทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของทางราชการ หากมีการล่วงละเมิดทรัพย์สินที่เก็บรักษาไว้ กกต.ประจำเขตสามารถร้องทุกข์แจ้งความได้ หีบบัตรที่เก็บรักษาไว้ในสถานที่เก็บรักษาแต่ละแห่ง มีกล้องวงจรปิด มีมาตรการ รปภ. ไม่มีใครสามารถเข้าไปเปิดหรือยุ่งเกี่ยวได้
ส่วนกรณีของจังหวัดปทุมธานี ที่กรรมการประจำหน่วยอนุญาตให้บุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่ กปน. ที่ถูกแต่งตั้งให้รับผิดชอบทำการนับคะแนนและขานคะแนนเอง ได้เก็บรวบรวมไว้ในสำนวนส่งกรรมการ กกต. แล้ว คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์ก็จะรู้ผลว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป
ด้านนางสุทธดา คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวน 1 เปิดเผยว่า การร้องเรียนสามารถยื่นคำร้องได้ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไปโดยมีระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่มีการประกาศผลการเลือกตั้ง โดยตอนนี้มีผู้มายื่นคำร้องแล้วทั้งหมด 99 เรื่อง มีความปรากฏ 14 เรื่อง รวมทั้งสิ้น 113 เรื่อง เลขาธิการ กกต. ได้สั่งรับสำนวนไว้พิจารณาแล้ว 39 เรื่อง พร้อมย้ำว่าการยื่นคำร้องเพื่อคัดค้านผลการเลือกตั้งจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองก่อนว่า คำร้องดังกล่าวนั้นเป็นไปตามกฏหมายและระเบียบหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามระเบียบก็จะให้ผู้ร้องได้ทำการแก้ไข จากนั้นจะส่งให้คณะกรรมการสอบสวนไต่สวนดำเนินการหาข้อมูลหลักฐานก่อนสรุปเป็นสำนวน โดยกระบวนการนี้จะใช้เวลา 90 วันก่อนส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาชี้มูลความผิดต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการซื้อขายหีบบัตรในช่องทางออนไลน์ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร หีบบัตรที่ปรากฎในสื่อออนไลน์ เท่าที่ทราบพบว่า บางบริษัทนำไปจำหน่ายให้องค์การปกครองท้องถิ่น ในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่า บริษัทใดเป็นผู้กดำเนินการ กระทำได้หรือไม่ ละเมิดสำนักงาน กกต. หรือไม่ อย่างไรก็ตาม หีบบัตรซื้อมาไม่สามารถนำมาใช้กับกระบวนการเลือกตั้งได้เลย เป็นหีบเฉพาะมีเลขรหัสกำกับที่สายรัด บริเวณหีบบัตรจะมีแบบปิดช่องใส่บัตร ซึ่งเป็นมาตรการ รปภ. แบจะต้องมีลายเซ็นกรรมการประจำหน่วยคร่อมไว้ด้วย ต่อให้ซื้อหีบมาจากภายนอก ก็ไม่สามารถเอามาใช้ในการเลือกตั้ง
ส่วนกรณีการนับคะแนนใหม่ที่ จ.ปทุมธานี อนุญาตให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ กปน. ไปนับและขานคะแนนใครต้องรับผิด กกต.กำลังพิจารณาว่า ทำกระบวนการข้ามขั้นตอนหรือไม่ คาดว่าในสัปดาห์นี้จะได้เสนอ กกต.พิจารณา
สำหรับแบบขีดคะแนน สส 5/11 ที่ไม่เหมือนกับ รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า แบบขีดคะแนนจะเป็นแบบเปล่า เป็นหน้าที่ของกกต. ประจำเขต เขียนหมายเลขผู้สมัครให้ แต่รอบนี้บางเขตกังวล พรรคการเมือวเยอะ ผู้สมัครเยอะ จึงพิมพ์ชื่อไว้ให้เลย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาของแต่ละหน่วย ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ดำเนินการต่างกันไป
ส่วนประเด็นข้อสงสัยถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิแบ่งเขต-บัญชีรายชื่อ ห่างกันเป็นแสน รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า สิ่งที่ปรากฎในเว็บไซต์ คือการรายงานผลไม่เป็นทางการ การคีย์ข้อมูลมีโอกาสผิดพลาดคลาดเคลื่อน และเป็นการรายงานเพียง 95% ตัวเลขเปลี่ยนแปลงได้เมื่อรายงานครบ 100% และตรวจสอบแล้ว จึงอยากให้ติดตามประกาศ สส.6/1 ซึ่งจะลงนามโดย กกต.ประจำเขตในแต่ละเขต ขอฝากไปถึงประชาชนที่ยังเข้าใจคลาดเคลื่อน หากมีข้อสงสัยสามารถแจ้งมาได้ ว่าพบที่ไหน หน่วยไหน เขตไหน กกต. จะดำเนินการตรวจสอบให้ แต่ถ้าบอกมาว่า เกิดในภาพรวม กระบวนการตรวจสอบก็เป็นเรื่องยาก
ผอ.สำนักสืบสวนสอบสวน 1 กล่าวว่า การยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง หากเป็นคำร้องเกี่ยวกับการนับคะแนน ระเบียบกำหนดให้ยื่นระหว่างที่การนับคะแนนยังไม่แล้วเสร็จ ไม่ใช่จะต้องนับใหม่ทุกเรื่อง ตอนนี้มีการยื่นให้นับคะแนนใหม่ในหลายจังหวัด อย่างไรก็ตาม แม้จะพ้นระยะเวลายื่นคำร้องมาแล้ว กกต.สามารถสั่งไต่สวนกรณีความปรากฎได้ หากมีข้อเท็จจริง มีพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอ ว่าใครกระทำผิดทุจริตอย่างไร กปน.กระทำผิดอย่างไร ซึ่งต้องไม่ใช่พยานหลักฐานที่ฟังต่อ ๆ กันมา
ผู้สื่อข่ามถามว่า หากเป็นการยื่นร้องเท็จเพื่อกลั่นแกล้ง ผอ.สำนักสืบสวนสอบสวน 1 กล่าวว่า การยื่นร้องเป็นสิทธิ แต่ขณะเดียวกันต้องมีข้อเท็จจริง ถ้าร้องเท็จเพื่อกลั่นแกล้งผู้สมัคร คนใหม่ให้ได้รับความเสียหาย คนร้องก็มีโทษตามกฎหมาย กรณีนี้จึงต้องพึงระมัดระวังด้วย