“พาณิชย์” เร่งสกัดลักลอบนำ “หอมหัวใหญ่” เข้าไทย หวั่นทำราคาตกช่วงผลผลิตกำลังออกสู่ตลาด
.
วันนี้ (12 ก.พ.69) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลพบว่า ปริมาณหอมหัวใหญ่ที่หมุนเวียนในตลาดช่วงนี้มีจำนวนมากจากหลายแหล่งที่มา ขณะที่สินค้าบางส่วนมีต้นทุนอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านราคา กรมฯ จึงใช้มาตรการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 (กกร.) กำกับดูแลการขนย้ายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะหอมหัวใหญ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางการกระจายสินค้าได้อย่างชัดเจนว่าสินค้าถูกส่งไปจัดเก็บหรือจำหน่าย ณ สถานที่ใด ปริมาณเท่าใด และเป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
.
โดยผู้ประกอบการที่ทำการขนย้ายหอมหัวใหญ่ระหว่างจังหวัดต้องห้าม 52 จังหวัดตามประกาศ กกร. จะต้องขออนุญาตการขนย้ายตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมแจ้งรายละเอียดปริมาณ แหล่งที่มา และสถานที่ปลายทางอย่างครบถ้วน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ หากพบการขนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ขนย้ายไม่ตรงตามปริมาณหรือสถานที่ปลายทางที่แจ้งไว้ หรือมีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าเป็นสินค้าลักลอบนำเข้า หรือสวมสิทธิ์แหล่งที่มา กรมการค้าภายในจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบิดเบือนกลไกราคา และสร้างผลกระทบต่อผลผลิตของเกษตรกรไทย
.
อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวย้ำว่า หากพบว่ามีการลักลอบขนย้ายสินค้าเกษตร ต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีไม่แจ้งข้อมูลตามข้อกำหนดของกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542
.
ทั้งนี้ หากเกษตรกรรายใดไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจำหน่ายสินค้าเกษตร หรือพบเห็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายเอาเปรียบ สวมสิทธิ์ หรือบิดเบือนกลไกตลาด สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ