มวลชนแจ้งความกลับ กกต.ชลบุรี ยืนยันไม่มีเจตนาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่

มวลชนแจ้งความกลับ กกต.ชลบุรี ยืนยันไม่มีเจตนาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่

View icon 60
วันที่ 12 ก.พ. 2569 | 16.02 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
มวลชนแจ้งความกลับ กกต.ชลบุรี ยืนยันไม่มีเจตนาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ขอโทษประชาชนเข้าไปในบริเวณที่เก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้ง ปิดหีบเพื่อให้เห็นว่าปิดเอาไว้ไม่สนิทจริง ๆ

ภายในโรงยิมเอนกประสงค์ เทศบาลเมืองชลบุรี นางสาวกนกวรรณ สร้อยสม (เฟิร์น) และประชาชนที่ถูกผอ.กกต.ชลบุรี เขต 1 แจ้งความหลังละเมิดการบุกรุกขัดขวางการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นอันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยยืนยันว่า ประชาชนทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้เพียงต้องการมาแสดงจุดยืนว่าเราเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่มีสิทธิเสรีภาพที่สามารถยื่นร้องเรียนหน่วยงานราชการใดก็ตามหากท่านทำผิดปกติ ประชาชนอย่างเราสามารถร้องเรียนได้ตามขั้นพื้นฐานของสิทธิเสรีภาพ

นางสาวกนกวรรณ กล่าวต่อว่า ที่มาในวันนี้เพียงแค่จะแจ้งว่าตนไม่มีเจตนาที่จะขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยการชุมนุมในครั้งนี้ได้ถูกแจ้งเรื่องอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเราชุมนุมอย่างสุภาพชน ไม่มีการสร้างความเดือดร้อนอะไรทั้งนั้นและให้เราอยู่ในขอบเขตพื้นที่และไม่สร้างความเดือดร้อน

เพราะฉะนั้นตนอยากจะแจ้งว่าเราไม่มีเจตนาที่จะขัดขวางการทำงานของท่านใดทั้งนั้น  ตั้งแต่วันที่เราเข้ามาในจุดนี้เรามีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอยู่กับเราแต่วันแรกและไม่ว่าจะทำอะไรเรามีการขออนุญาต รวมถึงคลิปวิดีโอยืนยันหลักฐานทั้งหมดว่าเราไม่ได้ทำอะไรโดยพลการ

รวมถึงเรื่องในการเข้ามาในที่สนามแบดมินตันหรือเป็นการย้ายหีบเข้ามา เพราะเรามีการขออนุญาตจากผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งท่านอนุมัติแล้วเราถึงทำ และอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ทุกๆคน พร้อมขอแสดงจุดยืนให้ชัดเจน ว่า เราเป็นเพียงประชาชนที่ต้องการเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานเท่านั้น

ด้าน นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อจากผู้ต้องหาให้เข้ามาช่วยเหลือทางกฎหมาย และอยากชี้แจงในหลาย ๆ ประเด็น ประเด็นแรกคือการที่บุคคลรวมตัวกัน เป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้ กลุ่มที่มาติดตามการนับคะแนนได้แจ้งเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ แล้ว และเรื่องนี้มีพยานหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าการมาเฝ้าติดตามคะแนนเสียงเป็นสิทธิที่สามารถทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เรื่องนี้จึงไม่ใช่การใช้สิทธิ์แต่เป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าตัวแทนภาคประชาชนเข้าไปเปิดหีบเลือกตั้งมีความผิดหรือไม่ จนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดี ทนายนรเศรษฐ์ระบุว่า พรป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 104 กำหนดไว้ว่ากรณีที่มีการปิดหีบแล้ว ห้ามผู้ใดเปิด ทำลาย ทำให้สูญหาย หรือทำให้เสื่อมค่า ซึ่งตัวกฎหมายแม่ไม่ได้กำหนดคำว่าปิดเอาไว้ว่านิยามคืออะไร เมื่อไม่ได้ปิดหีบให้ถูกต้องตามระเบียบของ กกต. การเดินเข้าไปและเปิดให้ดูว่าหีบไม่ได้ถูกปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่เข้าข่ายความผิด

หลังจากนี้จะเดินทางไปที่ สภ. เมืองชลบุรี เพื่อยื่นหนังสือถึงตำรวจว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มีเจตนาหลบหนีและพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมให้ผู้ถูกกล่าวหา แจ้งความกลับเจ้าหน้าที่ ในข้อหาแจ้งความเท็จเพื่อแกล้งให้บุคคลอื่นได้รับโทษทางอาญา

ขณะที่ น.ส.มนัสนันท์ ซึ่งถูก ผอ.กกต.ชลบุรี เขต 1 แจ้งความ เผยว่า แม้ขณะนี้จะถูกดำเนินคดีในข้อหา  พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่ยืนยันว่าจะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และไม่ได้หลบหนีอย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่า การเดินทางมาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือเพื่อบุคคลใดคนหนึ่ง แต่เพราะตนเป็นประชาชนคนหนึ่งที่อยากออกมาทำหน้าที่เรียกร้องสิทธิและความถูกต้อง

ส่วน น.ส.เบญจพร หรือฝน กล่าวว่า เมื่อวานมีโทรศัพท์โทรเข้ามาเยอะมากถามเหมือนกันหมดว่า “เดินเข้าไปบริเวณจุดเก็บหีบทําไม” จึงอยากชี้แจงว่า คืนแรกที่มาถึงหีบอยู่บนรถและประชาชนในวันนั้นได้ล้อมรถ อีกส่วนหนึ่งนั่งสังเกตการณ์อยู่ภายในสนามแบดมินตัน และได้ฟังคำชี้แจงว่าหีบที่ไม่ถูกรัดด้วยสายเคเบิลไทร์จะถูกปิดด้วยเทปกาวอย่างแน่นหนา ตนจึงตัดสินใจเดินเข้าไปปกติเพื่อไปเปิดให้ดูว่าหีบมันถูกปิดไม่สนิทจริง แค่นิ้วสะกิดก็เปิดแล้วแสดงให้เห็นว่าหีบบัตรเลือกตั้งไม่มีความปลอดภัย

ส่วนกรณีถูกโยงเป็นเด็กจ้างของพรรคประชาชนเนื่องจากไปยืนอยู่ข้างหลัง “ไอซ์ รักชนก” ขอชี้แจงว่า ก่อนไม่เป็นความจริง ทั้งนี้อยากฝากถึง ผอ.กกต. เขต 1 จ.ชลบุรี ด้วยว่า วันที่เกิดเรื่องพยายามคุยแล้วแต่ท่านไม่ตอบและหนีหายไปและตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ท่านไม่เคยลงพื้นที่มาดูหีบที่สนามแบดมินตันเลย อย่างไรก็ตาม ต้องขอโทษประชาชน ที่เข้าไปบริเวณจุดเก็บหีบ ยืนยันว่ามีเจตนาเพื่อชี้ให้ประชาชนเห็นเท่านั้นว่ามันถูกปิดไม่สนิทจริง ๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง