เลือกตั้ง 2569 : ส่อเค้าต้องเลือกใหม่

View icon 29
วันที่ 13 ก.พ. 2569 | 11.04 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เมื่อบัตรเลือกตั้งสีชมพู มีบาร์โคด ซึ่งแสดงข้อมูลย้อนไปถึงต้นขั้วได้ แน่นอนว่า การเลือกตั้งครั้งก่อน เพียงหันคูหาผิด (ชีวิตเปลี่ยน) ต้องเลือกตั้งใหม่ แล้วรอบนี้ถ้ารู้ถึงขนาดใคร กากบาท พรรคการเมืองไหน ตรงไหนคือความลับ โอกาสที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ก็มีความเป็นไปได้ เหมือนที่อดีตประธาน กกต. ท่านแสดงความคิดเห็นกับเรา

โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.โพสต์ผ่านสื่อออนไลน์ ประเด็น บาร์โคด และคิวอาร์โคดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.ชุดปัจจุบัน บอกเป็นมาตรการ รักษาความปลอดภัย ว่า

“ข่าวว่า บัตรชมพู ราคา ใบละ 1 บาท 40 สตางค์ บัตรเขียว ราคา ใบละ 1 บาท 20 สตางค์ ส่วนบัตรเหลือง ราคาประมาณ 1 บาท ราคาแพงขนาดนี้ มีของดีที่ชาวบ้านธรรมดาไม่รู้จริง คือ Spec ในการพิมพ์สูงมาก เช่นต้องมีลายน้ำพิเศษ ที่ต้องใช้แสง Ultra violet ส่อง จึงจะเห็นตัวหนังสือขนาดจิ๋ว Micro Text ซ่อนอยู่ ต้องใช้แว่นขยายส่องจึงเห็น

ทั้งหมดนี้ คือ รหัสลับที่สร้างเพื่อความปลอดภัยจากการปลอมแปลงบัตร ย้ำว่า เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร ไม่ใช่เพื่อตรวจสอบย้อนหลังว่าบัตรใบนี้มาจากเล่มไหน เลขที่เท่าไร เป็นคนเลือกตั้งลำดับที่เท่าไร ตรงกับลายเซ็นในต้นขั้วบัตร การลงคะแนนเสียงของประชาชนต้องเป็นความลับ หากไม่ใช่ความลับก็ผิดกฎหมาย งานจะงอกหรือไม่ หรือจะเป็นอีกเรื่องที่ได้ย้ายที่นอน ต้องติดตามกัน ทีมข่าวสอบถามไปยัง อาจารย์สมชัย ท่านบอก ก่อนเรื่องราวจะลุกลามบานปลาย ไปจนถึงการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ อย่างแรก กกต. ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริง และชี้แจงประชาชนให้ชัด และต้องมีผู้ร้อง จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญจะตีความ

การจัดการเลือกตั้งใหม่ อาจจะต้องใช้งบประมาณราว 4,000 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการ กกต. จะมีความผิดทางแพ่ง ก็ต้องไล่เรียงกันไป กระทรวงการคลังจะเป็นผู้ชี้ความเสียหายที่เกิดขึ้น และนอกจากอาจารย์สมชัย แล้ว นาวาอากาศตรีศิธา ทิวารี อดีตสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย ก็โพสต์สื่อสังคมออนไลน์ สรุปได้ว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทำเครื่องหมาย เพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใด ไว้ที่บัตรเลือกตั้ง” กรณีนี้จึงต้องดูว่าบาร์โคดของหน่วยเดียวกันหรือเขตเดียวกัน เป็นบาร์โคดเดียวกันทั้งหมดหรือไม่ และการตรวจสอบย้อนหลัง สามารถลงลึกสุดได้แค่ระดับหน่วยเลือกตั้งเดียวกัน โดยไม่สามารถเชื่อมโยงให้ทราบ ถึงรายละเอียดตัวบุคคล ที่เป็นผู้ลงคะแนนในบัตรนั้นใช่หรือไม่ ? ถ้าใช่ บาร์โคดนี้อาจตีความได้ว่าไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ แต่หากตรวจพบว่าบัตรแต่ละใบ บาร์โคดมีลักษณะเฉพาะของมันเอง (Unique Running Number) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสแกนบาร์โคดแล้ว หมายเลขบัตรลงคะแนนเชื่อมโยงกับหมายเลขบนต้นขั้ว ก็อาจเป็นปัญหา งานช้างเข้าเต็ม ๆ ตัวใหญ่ขนาดนี้
จะมุดออกรูไหน ยังนึกไม่ออกเลย

ด้านอาจารย์เจษฎา เด่นดวงเด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุ บัตรเลือกตั้งสแกมเมอร์อย่างนี้ไม่ต้องนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศหรอก ต้องโมฆะ-เลือกตั้งใหม่แล้ว

ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังรวบรวมข้อเท็จจริง เบื้องต้นทราบว่า บัตรเลือกตั้งในอดีตจะมีเพียงรหัสลับ เพื่อให้รู้ว่าบัตรนี้ไปอยู่ที่หน่วยใด เขตใด จะไม่รู้ว่าใครลงคะแนน

แต่การมีบาร์โคดเพิ่ม ถ้าระบุได้ว่ามาจากต้นขั้วบัตรอะไร และเวลาลงคะแนน ประชาชนจะต้องลงชื่อในต้นขั้ว ซึ่งจะรู้ได้ว่าประชาชนคนนั้นลงคะแนนให้ใคร ถ้าเป็นแบบนี้การเลือกตั้งจะไม่เป็นความลับ จึงจะต้องร้องว่าการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ส่วนจะสามารถร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้หรือไม่ ต้องร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรากำลังรวบรวมข้อเท็จจริงพยานหลักฐานให้ชัดเจน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง