วาเลนไทน์นี้ ชวนเช็กรักให้ชัด ลดเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

วาเลนไทน์นี้ ชวนเช็กรักให้ชัด ลดเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

View icon 42
วันที่ 13 ก.พ. 2569 | 15.03 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (13 ก.พ. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในวันวาเลนไทน์ปีนี้ กรมควบคุมโรค โดยกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ร่วมกับภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ภายใต้แนวคิด “Love status, Love 4ever : ทุกสถานะ มีรักนิรันดร์” ส่งเสริมให้ทุกคนมีความรักอย่างเข้าใจ ดูแลสุขภาพทางเพศ และใช้ชีวิตอย่างมั่นใจและปลอดภัยไปพร้อมกัน

รองโฆษกฯ กล่าวว่า สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของไทยยังน่ากังวล โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยซิฟิลิสเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า จากราว 8,700 คนในปี 2562 เป็นกว่า 25,000 คนในปี 2568 ขณะเดียวกันโรคหนองในยังพบในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ปลอดภัย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี อีกทั้งข้อมูลปี 2567 พบว่าคนไทยใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ท่ามกลางรูปแบบความสัมพันธ์ที่หลากหลายมากขึ้น การไม่รู้สถานะสุขภาพทางเพศของตนเองและคู่ จึงอาจทำให้ “ความรัก” กลายเป็น “ความเสี่ยง” ได้โดยไม่รู้ตัว

ภายใต้แคมเปญ Safe Love, Check 2gether ขอเชิญชวนทุกความสัมพันธ์—ไม่ว่าจะคบกันมานาน เพิ่งเริ่มต้น หรือยังไม่ชัดเจน—หันมาใส่ใจดูแลกัน ด้วยการรู้สถานะของตนเองและชวนคนรักหรือคู่ตรวจเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งวางแผนดูแลได้เร็ว โดยประชาชนสามารถ ตรวจเอชไอวีและซิฟิลิสฟรี ปีละ 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติทั่วประเทศ รวมถึงขอรับ ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (HIV self-test) ฟรี ผ่านแอป “เป๋าตัง” เมนูกระเป๋าสุขภาพ

รองโฆษกฯ ย้ำว่า ผู้ที่ตรวจพบเชื้อสามารถเข้ารับการรักษาฟรีด้วยยาต้านเอชไอวีแบบรวมเม็ด (ARV) ได้ตั้งแต่วันที่ทราบผลหรือเร็วที่สุด การกินยาอย่างสม่ำเสมอช่วยลดปริมาณไวรัสจนอยู่ในระดับตรวจไม่พบ (U=U) สุขภาพดีขึ้น และไม่ส่งต่อเชื้อให้คนรักหรือคู่ นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกการป้องกันด้วยยา PrEP/PEP สำหรับผู้มีความเสี่ยงหรือผู้ที่คาดว่าสัมผัสเชื้อแล้ว (ต้องเริ่ม PEP ภายใน 72 ชั่วโมง) ซึ่งสามารถรับบริการได้ฟรีที่โรงพยาบาลของรัฐและหน่วยบริการที่ร่วมโครงการ

พร้อมกันนี้ ขอเน้นย้ำการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นไอเทมสำคัญที่ช่วยป้องกันเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ไม่พร้อม โดยสามารถรับถุงยางอนามัยฟรีได้ที่หน่วยบริการสุขภาพของรัฐและภาคประชาสังคมทั่วประเทศ หรือจองรับผ่านแอป “เป๋าตัง” เมนูกระเป๋าสุขภาพ

“สถานะการติดเชื้อไม่ใช่ตัวกำหนดคุณค่าของความรัก ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนก็สามารถรัก ดูแลกัน และใช้ชีวิตไปด้วยกันได้ แค่รู้ทัน ป้องกันเป็น รักษาเร็ว และดูแลต่อเนื่อง ความรักก็ไปต่อได้อย่างมั่นใจและยาวนาน” รองโฆษกฯ กล่าว พร้อมเชิญชวนประชาชนติดตามข้อมูลและสื่อรณรงค์เพิ่มเติมจากกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง