ที่ จ.ชัยภูมิ ครอบครัวใจสลาย สาววัย 28 ปี ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไปเป็นผีน้อยที่เกาหลีใต้ เพื่อหาเงินดูแลลูกชาย ไปพบรักใหม่กับชายชาว จ.ร้อยเอ็ด คบกันได้ 1 ปี โดนทำร้ายจนเสียชีวิต ผลชันสูตรพบปอดฉีก ตับแตก ซี่โครงยุบ กะโหลกร้าว
วันนี้ (13 ก.พ.69) เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก และความมั่นคงของมนุษย์ จ.ชัยภูมิ ได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง ในต.โอโล อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เพื่อไปแจ้งกับ นางนงลักษณ์ อายุ 53 ปี ผู้เป็นแม่ ว่า น.ส.สุนันทา หรือน้องแต้ว อายุ 28 ปี ลูกสาว ที่ได้เข้าไปทำงานทำงานรับจ้างทั่วไป ที่เมืองมกโพ ประเทศเกาหลีใต้ ในรูปแบบเป็นผีน้อย ได้เสียชีวิตแล้ว
โดยน้องแต้ว ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ไปทำงานที่เกาหลีใต้ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้รับค่าแรง 2 ล้านวอน ส่งมาให้ทางบ้านเดือนละ 1 หมื่นบาทไทยทุกเดือน เพื่อหวังสร้างอนาคตใหม่ให้ลูกชายวัยเพียง 4 ขวบ และจุนเจือครอบครัวที่ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ระหว่างทำงานในเกาหลีใต้ น้องแต้วได้พบรักกับชายไทยคนหนึ่ง เป็นชาว อ. เสรภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ทราบเพียงชื่อเล่น แซก ซึ่งไปทำงานอยู่ที่เกาหลีใต้เช่นกัน
ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในหอพักในลักษณะสามีภรรยาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา แต่เบื้องหลังชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยความรุนแรง มีรายงานว่าฝ่ายชายมีพฤติกรรมดื่มสุราอย่างหนัก และเมื่อเมาสุรามักก่อเหตุทำร้ายร่างกายน้องแต้วอยู่บ่อยครั้ง เพื่อนบ้านหลายคนทราบเรื่องและเคยเตือนให้เธอแยกทาง แต่ด้วยความผูกพัน ความรัก และข้อจำกัดด้านที่พักอาศัยในต่างแดน ทำให้น้องแต้วยังคงทนอยู่ต่อไป
กระทั่งคืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่าเกิดเหตุทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงภายในที่พัก ส่งผลให้น้องแต้วหมดสติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ผลชันสูตรการเสียชีวิต พบปอดฉีก ตับแตก ซีโครงยุบ กะโหลกร้าว ภายในฉีกขาด ตำรวจเกาหลีใต้นำตัวแซก แฟนใหม่ น้องแต้ว ไปสอบสวน นายแซก แฟนใหม่น้องแต๋ว ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าว
ข่าวการจากไปอย่างกะทันหัน ทำให้ครอบครัวที่จังหวัดชัยภูมิแทบรับไม่ได้ โดยเฉพาะลูกชายวัย 4 ขวบ ที่ยังไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงไม่กลับบ้านตามที่เคยสัญญาไว้ เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างความโศกเศร้า แต่ยังเป็นอุทาหรณ์สำคัญเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงในความครอบครัว โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานไทยในต่างประเทศ ที่บางครั้งขาดที่พึ่ง ขาดเครือข่ายช่วยเหลือ และต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง ความรุนแรงไม่ใช่เรื่องปกติ และไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ความรัก ไม่ว่าจะอยู่ประเทศใด หากตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง ควรรีบขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือสถานทูตไทยในพื้นที่โดยเร็ว
ขณะนี้กระบวนการทางกฎหมายในประเทศเกาหลีใต้อยู่ระหว่างดำเนินการ และมีการประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตนำศพน้องแต้ว กลับ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ บำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป กลุ่มแรงงานต่างประเทศอโอนเงินช่วยเหลือ ได้โอนเข้าเข้าบัญชีช่วยเหลือครอบครัวแล้วถึง 3 แสนบาทแล้ว และทั้งหน่วยงานกระทรวงแรงงานทุกแห่ง ใน จ.ชัยภูมิ ร่วมมอบเงินสงเคราะผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน ให้ 3,000 บาท นายอำเภอภูเขียว มอบเงินช่วยเหลืออีก 2,000 บาทในเบื้องต้นอีกด้วย