ข่าวดี แม่ช้างตาหวาน ลุกยืนได้แล้ว

ข่าวดี แม่ช้างตาหวาน ลุกยืนได้แล้ว

View icon 34
วันที่ 14 ก.พ. 2569 | 10.31 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แม่ช้างตาหวาน ช้างป่าสระแก้ว ลุกยืนได้เองแล้ว หลังให้ยา-เสริมแคลเซียมต่อเนื่อง ช้างป่าการเริ่มมีแรงลุก-นอนถี่ขึ้น กินอาหารได้เป็นปกติ ทีมสัตวแพทย์เฝ้าระวังใกล้ชิดตลอด 24 ชม.

ความคืบหน้าอาการป่วย เจ้าตาหวาน ช้างป่าเพศเมียที่บาดเจ็บบริเวณขาหน้าด้านซ้าย ในพื้นที่บ้านโนนสมพร อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว วันนี้(14 ก.พ.69) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า นายสุขี บุญสร้าง ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า ช้างป่าเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างน่าประทับใจ หลังทีมสัตวแพทย์เข้าให้การรักษาอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง จากการติดตามอาการในช่วงเช้าของวันที่ 12 ก.พ.69 ทีมสัตวแพทย์พบว่าช้างป่าตัวดังกล่าวพยายามเดินจากจุดเดิมมาได้ประมาณ 100 เมตร ก่อนจะล้มตัวลงนอนตะแคงและไม่สามารถลุกขึ้นยืนเองได้ แม้อัตราการหายใจยังปกติ (9-12 ครั้งต่อนาที) แต่สภาวะร่างกายเริ่มอ่อนล้า

ทีมสัตวแพทย์จึงตัดสินใจดำเนินแผนการรักษาเชิงรุก โดยการ "ย่องเงียบ" เข้าทางด้านหลังช้างอย่างระมัดระวัง เพื่อฉีดยาแก้ปวด ยาระงับการอักเสบ ยาฆ่าเชื้อ และวิตามินบำรุงเข้าทางกล้ามเนื้อได้สำเร็จ พร้อมทั้งมีการเสริมแคลเซียมเม็ดซ่อนในอ้อยและกล้วยเพื่อให้ช้างได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

ช่วงบ่าย ขณะที่ทีมเจ้าหน้าที่กำลังเตรียมรถแบคโฮและสายสะพายเพื่อช่วยพยุงร่างช้างขึ้นตามแผนการรักษา นั้น ในเวลา 13.30 น. ช้างป่ากลับแสดงความแข็งแกร่งด้วยการฮึดสู้พยุงตัวลุกขึ้นยืนได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องจักร สร้างความดีใจและขวัญกำลังใจให้กับทีมเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นอย่างมาก

นายอรุณ พงศ์ไพฑูรย์ ผอ. ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) รายงานเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมของช้างป่าเริ่มมีความผ่อนคลายและลดความเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเริ่มใช้งวงโน้มกิ่งไผ่และโบกหูแสดงความรู้สึกสบายใจ เมื่อเจ้าหน้าที่ออกห่างช้างจะเอนตัวนอนพักในคูน้ำที่แห้งเพื่อคลายความเหนื่อยล้า

"ในช่วงค่ำพบว่าช้างป่าเริ่มนอนหลับสนิท จนมีเสียงกรน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีมากว่าเขารู้สึกปลอดภัยและมีสภาพจิตใจที่มั่นคงขึ้น แม้จะยังคงตื่นตัวเมื่อได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ แต่การที่เริ่มมีแรงลุก-นอนถี่ขึ้น และกินอาหารได้เป็นปกติ ถือเป็นก้าวสำคัญของการรักษา"

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมน้ำดื่มสะอาดและอาหารไว้รอบบริเวณ พร้อมทำการตักน้ำราดตัวเพื่อช่วยระบายความร้อนให้แก่ช้างป่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์จะยังคงเฝ้าประเมินอาการและวางแผนการรักษาในระยะยาว เพื่อให้มั่นใจว่าช้างป่าตัวนี้จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตในป่าได้ตามปกติในเร็ววัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง