รวบหนุ่มลอบตัดสายไฟต้นเหตุไฟดับบนทางหลวงพิเศษ M81

รวบหนุ่มลอบตัดสายไฟต้นเหตุไฟดับบนทางหลวงพิเศษ M81

View icon 53
วันที่ 15 ก.พ. 2569 | 11.13 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (15 ก.พ. 69) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) จับกุมผู้ต้องหา นายธีรพงษ์ อายุ 21 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุมครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือรับของโจร”

ของกลาง

1. รถจยย. สีดำ (ไม่มีกุญแจ) จำนวน 1 คัน
2. สายไฟ ขนาด 1×10 ขนาด SQ.MM. ความยาวประมาณ 27 เมตร   จำนวน 1 เส้น 
3. สายไฟ ขนาด 1×10 ขนาด SQ.MM. ความยาวประมาณ 22 เมตร   จำนวน 1 เส้น
4. สายไฟ ขนาด 4×16 ขนาด SQ.MM. ความยาวประมาณ 29 เมตร   จำนวน 1 เส้น
5. สายไฟ ขนาด 4×16 ขนาด SQ.MM. ความยาวประมาณ 26 เมตร   จำนวน 1 เส้น
6. กรรไกรตัดสายเคเบิ้ล(สายไฟ) ขนาด 24 นิ้ว จำนวน 1 อัน
7. อีเตอร์ อีติ๊ก หัวขุดดิน   จำนวน 1 อัน
8. เหล็กงัดยางรถขนาด 30 เซนติเมตร   จำนวน 1 อัน
9. กางเกงยาวสีดำที่ใช้ในการห่ออุปกรณ์ลักสายไฟ

โดยสามารถจับกุมได้ที่ บริเวณถนนหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 81 (บางใหญ่ - กาญจนบุรี) หมู่ 10 ต.มาบแค อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม

พฤติการณ์ ในวันเวลาที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.8 บก.ทล. ได้ออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมและลักสายไฟในทางหลวงพิเศษ M81 ได้รับแจ้งศูนย์ควบคุมดูแลการจราจร TOC (Traffic Operation Center) ว่ามีบุคคล 2 คน อยู่บริเวณถนนหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 81 (บางใหญ่ - กาญจนบุรี) ช่วง ทางลงด่านนครปฐมฝั่งตะวันออก STA. กม. 1+400 Interchange P04 to Local road ทางลงเชื่อมกับถนนทางหลวงหมายเลข 375 มุ่งหน้าดอนตูม

กำลังร่วมกันขโมยตัดสายไฟที่เสาไฟส่องสว่างบริเวณริมถนน ทางลงด่านนครปฐมฝั่งตะวันออก STA. กม. 1+400 Interchange P04 to Local road เชื่อมกับถนนทางหลวงหมายเลข 375 มุ่งหน้าดอนตูม จึงเดินทางไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าวโดยทันที
เมื่อไปถึงบริเวณดังกล่าว พบกลุ่มบุคคลจำนวน 2 คน ได้กำลังร่วมตัดสายไฟซึ่งเป็นทรัพย์สินของหลวงฯ เมื่อเป็นความผิดซึ่งหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเพื่อทำการจับกุม ผู้ก่อเหตุได้จำนวน 1 คน อีก 1 คน ได้วิ่งหลบหนี บริเวณริมถนนที่เกิดเหตุ พบนายธีรพงษ์ โดยผู้ถูกจับพยายามวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้จับกุมและควบคุมตัวได้ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตนและขอทำการตรวจค้นตัวผู้ถูกจับผลการตรวจค้นพบอุปกรณ์ในการใช้ก่อเหตุรถจยย. จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ,ที่ลักสายไฟ ขนาด 1×10 ขนาด SQ.MM. ความยาวประมาณ 27 เมตรจำนวน 1 เส้น, สายไฟ ขนาด 1×10 ขนาด SQ.MM. ความยาวประมาณ 22 เมตร จำนวน 1 เส้น, สายไฟ ขนาด 4×16 ขนาด SQ.MM. ความยาวประมาณ 29  เมตร จำนวน 1 เส้น, สายไฟ ขนาด 4×16 ขนาด SQ.MM. ความยาวประมาณ 26 เมตรจำนวน1เส้น, กรรไกรตัดสายเคเบิ้ล(สายไฟ) ขนาด 24 นิ้ว จำนวน 1 อัน, อีเตอร์ อีติ๊ก หัวขุดดิน จำนวน 1 อัน,เหล็กงัดยางรถขนาด 30 เซนติเมตร จำนวน 1 อัน 

ซึ่งผู้ถูกจับนำมาวางไว้ช่องใต้สะพานตามถนนหมายเลขดังกล่าว จากการสอบถามผู้ถูกจับ ให้การรับสารภาพว่าตนได้วางแผนเพื่อมาลักทรัพย์กับนายธีรเดช นายธีรเดช เป็นคนตัดและเป็นผู้ขี่รถจยย. คันดังกล่าว และนายธีรพงษ์ ผู้ถูกจับกุมเป็นผู้ซ้อนท้ายมา 

โดยใช้รถจยย. คันดังกล่าว เพื่อใช้เป็นยานพาหนะ ในการลักทรัพย์และหลบหนีและได้ตัดสายไฟจนลักทรัพย์สำเร็จแล้วบางส่วน จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวเสียก่อน เมื่อทำการจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้รับสารภาพว่าลักสายไฟฯจริง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งผู้ถูกจับพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุมครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือรับของโจร”

พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมายของผู้ถูกจับให้ทราบ ผู้ถูกจับรับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายดีแล้ว จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามควายเผือก จ.นครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา รับว่าตนเป็นผู้วางแผนในการตัดสายไฟครั้งนี้ โดยได้นัดหมายกับเพื่อนอีกคนที่หลบหนีการจับกุมไปได้ (อยู่ระหว่างการออกหมายจับเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย) นั่งซ้อนท้ายรถจยย. มาตัดสายไฟของทางหลวงพิเศษเพื่อนำไปขาย