เลือกตั้ง 2569 : บาร์โคด สะเทือนการเลือกตั้ง

View icon 23
วันที่ 16 ก.พ. 2569 | 07.12 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ข้อถกเถียงเรื่องความโปร่งใสในการเลือกตั้งครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่อง "บาร์โคด" บนบัตรเลือกตั้ง จนเกิดวิวาทะจากทุกภาคส่วน ทั้งทางการเมือง นักวิชาการ และกำลังลามไปถึงกลุ่มนิสิต นักศึกษา

บาร์โคด สะเทือนการเลือกตั้ง
ช่วง 1-2 วันมานี้ มีผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนและซอฟต์แวร์ ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า เว็บไซต์ที่ใช้ตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีการรั่วไหล สามารถเชื่อมโยงไปถึงบาร์โคด-คิวอาร์โคดบนบัตรเลือกตั้ง และสามารถตรวจสอบไปถึงตัวตนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้

หลังโพสต์นี้ ลงไปไม่ถึง 1 ชั่วโมง มีหน่วยงานรับรู้แล้วว่า เกิดช่องโหว่ให้แฮกเกอร์เข้าไปดาวน์โหลดข้อมูลได้ และได้ทำการอุดช่องโหว่แล้ว นั่นแสดงว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบ ปิดได้ แต่เหตุใดถึงไม่ปิดตั้งแต่แรก

ผู้โพสต์ยังระบุด้วยว่า ข้อมูลที่หลุดมา มีความเชื่อมโยงกับเรื่องคิวอาร์โคดและบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้ง เพราะต้นขั้วบัตรเลือกตั้งจะมีลำดับที่ของผู้ใช้สิทธิ หากเช็กเริ่มจากบาร์โคดไปที่ต้นขั้ว และจากต้นขั้วไปที่ลำดับผู้มีสิทธิ ก็จะได้ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ เพราะมีฐานข้อมูลเดิมที่หลุดอยู่แล้วในอินเทอร์เน็ต เพียงแค่เอาเลขบัตรประชาชน 13 หลักไปจับชนกัน ก็จะพบว่าเป็นข้อมูลของใคร และเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นประโยชน์กับใคร นอกจาก "มิจฉาชีพ"

พรรคประชาชน จี้ กกต.จัดเลือกตั้งใหม่
ฝ่ายการเมืองเริ่มตั้งข้อสงสัย เป็นความเสี่ยงหรือไม่ ที่เปิดช่องรู้ผลโหวตรายบุคคล

"คุณเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แสดงความกังวลว่า ระบบบาร์โคด-คิวอาร์โคดที่อยู่บนบัตรเลือกตั้ง อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงกับผู้ใช้สิทธิ เชื่อว่าน่าจะมีข้อมูลบางส่วน เช่น รายชื่อและลำดับการรับบัตรของผู้มีสิทธิ หลุดออกสู่สาธารณะแล้ว

ดังนั้น กกต.ควรแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการยอมรับข้อผิดพลาด และเร่งดำเนินมาตรการแก้ไข โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล เสนอให้ทำลายบัตรเลือกตั้ง และจัดการเลือกตั้งใหม่ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

กกต.ย้ำ "บาร์โคด" คือ เกราะป้องกันบัตรปลอม
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันทั้งบาร์โคด-คิวอาร์โคด ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง และป้องกันการปลอมแปลง และยังย้ำถึงขั้นตอนการคัดแยก ทั้งบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร และบัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งถูกจัดเก็บแยกกันในระบบรักษาความปลอดภัยหลายชั้น ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดพร้อมกันได้ เว้นแต่จะมีคำสั่งศาลเท่านั้น

ถึงแม้จะมีผู้ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง แต่ก็ไม่สามารถสืบ หรือเชื่อมโยงไปถึงตัวบุคคลคนนั้นได้ เพราะโครงสร้างการจัดเก็บข้อมูล ถูกออกแบบเพื่อป้องกันการย้อนรอยหาข้อมูลได้

เลขาธิการ กกต. บอกด้วยว่า ขณะนี้ตรวจพบเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งบางคน อาจมีพฤติกรรมเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้ว 2 กรณี อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ย้ำว่าเป็นความผิดเฉพาะบุคคล ไม่กระทบต่อความถูกต้องของระบบเลือกตั้งโดยรวม

แต่ภายหลังโพสต์นี้ บุคคลทั่วไปไม่สามารถอ่านได้แล้ว จะเห็นเฉพาะในกลุ่มเพื่อนเท่านั้น

เพจเฟซบุ๊ก "สฤณี อาชวานันทกุล" นักวิชาการอิสระด้านการเงิน โพสต์ไว้แบบนี้ "เพิ่งสังเกตว่า ตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง ในเอกสารประชาสัมพันธ์ของ กกต. เอง ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ไม่แสดงบาร์โคดทั้งบนบัตร+ต้นขั้ว ทั้งบัตรเขียวและบัตรชมพู ทั้งที่ของจริงมี ตัวอย่างบัตรเลือกตั้งในเอกสารประชาสัมพันธ์ที่ กกต. ส่งไปตามบ้าน และบนกระดานหน้าหน่วยเลือกตั้ง ก็ไม่มีบาร์โคดเช่นกัน นี่คือเข้าข่ายปิดบัง และโกหกประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไหมคะ กกต. ถ้าเรารู้ล่วงหน้าว่าบัตรเลือกตั้งมีบาร์โคดที่สืบกลับถึงคนกาได้ จะเกิดอะไรขึ้น คนจะอยากออกไปเลือกตั้งหรือไม่"

นักวิชาการรุมถล่ม กกต.
ขณะที่ อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต้องโพสต์และสืบค้นไปถึงระเบียบการเลือกตั้ง สส. โดยอ้างการชี้แจงของ กกต.ก่อนหน้านี้ว่า แม้ว่าจะมีการสแกนบาร์โคด-คิวอาร์โคด ในบัตรเลือกตั้ง จนรู้ได้ว่าใครเลือกใครได้ แต่บัตรและต้นขั้วบัตร "แยกเก็บ" จึงไม่มีปัญหาต่อหลักการเลือกตั้งโดยลับแต่อย่างใด

พอตามดูในระเบียบของ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2566 ว่าต้นขั้วบัตรถูกส่งไปที่ไหน ก็เจอข้อ 181 ที่กำหนดว่า บัตรเลือกตั้งที่เหลือ และ "ต้นขั้วบัตร" ให้ส่งไปที่ กกต. เขต

ต่อมา ในระเบียบข้อที่ 184 "กำหนดให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่ กกต.เขตแต่งตั้ง ดำเนินการยุบรวมถุงใส่บัตรเลือกตั้งที่เหลือไม่เต็มเล่ม และ "ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง" ไป "บรรจุรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง" สรุปคือทีแรกให้แยกกัน แต่สุดท้ายก็มาเก็บรวมกันในหีบบัตรเลือกตั้ง

หรือต่อให้บัตรเลือกตั้ง และต้นขั้วบัตรแยกกันเก็บ แต่หลักการเลือกตั้งโดยลับ มันพังไปตั้งแต่ตอนนับคะแนนแล้ว เพราะคนซื้อเสียงสามารถถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งที่กรรมการประจำหน่วยชูขึ้นมานับ มาสแกนได้หมดแล้วว่า ใครเลือกใคร รู้ได้หมดแล้วว่าที่รับเงินไปเลือกหรือไม่

นศ.-ประชาชน ลงประชามติจำลองถอดถอน กกต.
ขณะที่บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน มีนิสิต นักศึกษา นักกิจกรรมทางการเมือง และภาคประชาชน จัดกิจกรรมออกเสียงประชามติจำลอง เพื่อขอความเห็นชอบให้ถอดถอน 7 เสือ กกต.

กิจกรรมนี้ใช้ช่อว่า "นับใหม่อาจไม่พอ กกต.ต้องชดใช้" เป็นความร่วมมือจากเครือข่ายนิสิต นักศึกษา จาก 9 สถาบัน และจัดขึ้นมาครบ 1 สัปดาห์แล้ว หลังการปิดหีบเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ แล้วไปพบความบกพร่อง ข้อพิรุธต่าง ๆ ทั้งจากตัวกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ที่มุดขีดคะแนน เกิดบัตรเขย่ง หรือการพบแบบขีดคะแนนในถังขยะ และนำไปสู่เสียงเรียกร้องจากประชาชนบางส่วน และพรรคการเมืองบางพรรค ให้ "นับคะแนนใหม่" ในหลายเขตเลือกตั้ง หลายจังหวัด

ภายใต้กิจกรรมนี้ ยังผลัดกันขึ้นปราศรัย และเขียนข้อความลงกระดาษ บอกความในใจต่อ กกต. และร่วมกันแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์อื่น ๆ เช่น กินก๋วยเตี๋ยว 6 คน (กกตหค.) หรือการประกาศตามหาคนหายคือ "น้าแหวง"

บก.ลายจุด หรือนายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักกิจกรรมทางการเมือง ที่ไปร่วมในกิจกรรมนี้ ตั้งคำถามไปถึง กกต.ว่า ประวิงเวลาในการประกาศผลการเลือกตั้งเพื่ออะไร หรือกังวลว่าจะไม่สอดคล้องฉันทามติของประชาชน และยังวิเคราะห์ด้วยว่า ที่ผ่านมาเคยมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นมาตรฐานอยู่แล้วว่า หากเป็นการกระทำที่ไม่เป็นความลับ ย่อมทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ อย่างเช่นปี 2549

สำหรับปัญหาเรื่องบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โคด หรือคิวอาร์โคด ในตอนนี้ ประชาชนทุกคนเป็นอันรู้กันว่าสามารถสืบไปถึงต้นขั้วและผู้กาบัตร

ผู้ร่วมกิจกรรม บุก กกต. 10 โมง
วันนี้ (16 ก.พ.) ผู้เข้าร่วมกิจกรรม นัดหมายไปทำที่ กกต.ในเวลา 10.00 น. เพื่อแสดงจุดยืน และเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลทุกขั้นตอนอย่างเร่งด่วน และครบถ้วน พร้อมอธิบายข้อสงสัยให้สังคมเข้าใจและตรวจสอบได้

พรรคการเมืองฟ้องเอาผิด กกต.
ส่วนความเคลื่อนไหว การเดินหน้าฟ้องเอาผิด กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 

พรรคประชาชน มอบหมายให้ นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย รวมรวมข้อมูล ทำคำร้อง ยื่นฟ้องศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แล้ว

พรรคไทยสร้างไทย ก็เตรียมยื่นฟ้อง กกต. ในเรื่องเดียวกันนี้เช่นกัน เพราะอาจขัดกับรัฐธรรมนูญ เห็นควรให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ วินิจฉัย

อดีต กกต.อย่าง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า บัตร 3 ใบ ออกแบบรหัสความปลอดภัยต่างกัน เป็นไปได้หรือที่หน่วยงานจัดการเลือกตั้งมืออาชีพ จะชุ่ยกำหนดสเปกจัดทำบัตร 3 ประเภทในล็อตเดียว ให้ต่างกัน หรือนี้คือ "จงใจ" มากกว่า "อุบัติเหตุ" แต่ด้วยวัตถุประสงค์อะไร กกต. ไม่ต้องชี้แจงประชาชนแล้ว แต่ให้เตรียมไปตอบในชั้นศาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง