เลือกตั้ง 2569 : "ลุงแหวง" แจ้งความกลับ หลังถ่ายคลิปหัวคะแนนแจก 500 บาท ซื้อเสียงชาวบ้าน จนโดน ว่าที่ สส. ฟ้อง ลั่น "ผมไม่กลัว" กลัวอย่างเดียวคือการเลือกตั้งไม่ถูกต้อง จ.อุดรธานี
16 ก.พ. 69 ความคืบหน้าจากกรณีคลิปแจกเงินฉาวซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งที่ 5 จ.อุดรธานี โดยในคลิปจะได้ยินเสียงของหัวคะแนนบอกชาวบ้านให้เลือกผู้สมัคร สส. คนหนึ่ง คนบ้านเฮาก็ให้คนบ้านเฮา วันนี้มี สจ. มาการันตีด้วย ขณะที่ชาวบ้านก็ต่อแถวรับเงิน 500 บาทและโทรเรียกญาติ ๆ มารับด้วย เหตุเกิดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในต.ดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เมื่อช่วงวันที่ 3 ก.พ.69 ที่ผ่านมา
หลังจากนั้น ผู้ที่ถ่ายคลิปได้เดินทางพบเจ้าหน้าที่ กกต. เพื่อขอเป็นพยาน ชาวบ้านก็บุก กกต. ขอความคืบหน้าเรื่องคลิปซื้อเสียง ส่วนว่าที่ สส. เขต 5 จ.อุดรธานี ก็ออกมาโต้แย้ง บอกไม่รู้จักคนแจกเงินและคนถ่ายคลิป พร้อมกับได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับคนแจกเงินและคนถ่ายคลิปใน 3 ข้อหา คือกระทำการอันเป็นเท็จเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าผู้สมัครกระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561,กระทำการโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม และข้อหาหมิ่นประมาทตามกฎหมายอาญา มาตรา 326
ล่าสุด วานนี้ (15 ก.พ. 69) ลุงแหวง ผู้ที่ถ่ายคลิปได้เดินทางไปที่สภ.หนองหาน เข้าพบกับ พ.ต.ท.สำเนียง ศรีพรหม สว.(สอบสวน) สภ.หนองหาน เพื่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่า คลิปดังกล่าวเป็นคลิปจริงไม่มีการจัดทำขึ้นหรือมีการตัดต่อแต่อย่างใด โดยการเดินทางมาครั้งนี้ของลุงแหวงมีทนายความช่วยในเรื่องคดีด้วย ขณะที่ชาวบ้านที่รับเงินในคลิปในวันดังกล่าว ก็เดินทางมาร่วมเป็นพยานให้ลุงแหวง ยืนยันด้วยว่าเป็นคลิปจริงไม่ได้ตัดต่อและเป็นคนในเหตุการณ์วันนั้นด้วย และได้รับเงิน 500 บาทจริง โดยวันนี้ (16 ก.พ.69) เจ้าหน้าที่ กกต. จะเรียกพยานที่เป็นชาวบ้านในวันดังกล่าวเข้าสอบสวนอีกครั้งและกันไว้เป็นพยาน โดยชาวบ้านจะไม่ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด
ด้านชาวบ้านที่รับเงิน 500 บอกว่า ตนมาเป็นพยานให้ลุงแหวง หลังจากลุงแหวงถูกว่าที่ สส. แจ้งความดำเนินคดี ขอยืนยันตามคลิปที่เป็นข่าวออกไป เป็นเหตุการณ์จริง เขามาแจกเงินจริง ๆ ลุงแหวงไม่ได้ทำคลิปขึ้นมาเอง หัวคะแนนเขามาจ่ายเงิน ผมก็ต่อแถวได้รับ 500 บาท แม้ผมจะถูกดำเนินคดีก็ยอม เพื่อความถูกต้อง จากนี้ไปจะไปพบกับเจ้าหน้าที่ กกต.ต่อไป
ขณะที่ลุงแหวง เปิดใจครั้งแรกว่า ขอบคุณชาวบ้านทุกคนที่ให้กำลังใจ ตนคิดว่าชาวบ้านก็ชอบความถูกต้อง ดีใจที่ชาวบ้านให้กำลังใจ ถึงตอนนี้ก็มีคนของว่าที่ สส. มาคุกคามถึงบ้านทุกวัน แต่ยืนยันตนไม่กลัว เชื่อว่ากฎหมายบ้านเมืองมีอยู่ ถามว่ากลัวไหม ตนไม่กลัวตาย แต่กลัวความไม่ถูกต้องและความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
นายภาณุมาศ จิตรวศินกุล หรือ "เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย" เปิดเผยว่า การเดินทางมาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยืนยันว่าเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิป ทั้งภาพประชาชนต่อแถวรับเงิน และการพูดชื่อพร้อมหมายเลขผู้สมัคร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง มิได้มีการจัดฉากหรือสร้างสถานการณ์ขึ้นมา พร้อมระบุว่ามีพยานบุคคลอีกหนึ่งรายซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เดินทางมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงด้วย ทั้งนี้ได้จัดเตรียมทีมทนายความเพื่อช่วยเรื่องคดีให้กับลุงแหวนในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นสอบสวนไปจนถึงชั้นศาล พร้อมต่อสู้คดีตามสิทธิทางกฎหมาย “ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่หนองหานที่ติดตามเรื่องนี้สบายใจได้ เราจะดูแลให้ลุงแหวนได้รับความเป็นธรรมอย่างที่สุด” นายภาณุมาศกล่าว
ขณะเดียวกันที่สำนักงาน กกต. จ.อุดรธานี นายกรวีร์ สาราคำ อดีต สส.และผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย เขต 5 ได้เดินทางเข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กกต.จ.อุดรธานี กรณีปรากฏคลิปวิดีโอเกี่ยวกับพฤติการณ์ทุจริตเลือกตั้งในพื้นที่ และยื่นหนังสือคัดค้านในการเลือกตั้งที่ผ่านมีการทุจริต
นายกรวีร์ เปิดเผยว่า ได้รับคลิปวิดีโอหลักฐานตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. 69 ที่ผ่านมาแล้ว จากนั้นวันที่ 5 ก.พ. 69 ก็ได้ไปแจ้งความที่ สภ.หนองหาน ต่อมาวันที่ 7 ก.พ. 69 ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนพร้อมส่งมอบหลักฐานต่อ กกต. ซึ่งเป็นการดำเนินการก่อนวันเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 69 ยืนยัน ไม่ได้รอให้เห็นผลคะแนนแล้วค่อยออกมาเคลื่อนไหว แต่ดำเนินการตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้ง เพราะต้องการรักษาความถูกต้องและความโปร่งใสในเขตเลือกตั้งที่ 5
ส่วนกรณีที่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้านที่ถ่ายคลิป มองว่าอาจส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของประชาชนที่ออกมาช่วยตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการคุ้มครองพยาน เพื่อไม่ให้กระบวนการทางกฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดันผู้เปิดเผยข้อมูล
นายกรวีร์ ย้ำว่า หลักฐานที่ยื่นต่อ กกต. มีความครบถ้วนและพร้อมเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในฐานะพยาน หากมีการเรียกสอบสวน โดยระบุว่า ตนทำงานการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฐานะอดีตสมาชิกสภาจังหวัดและผู้ช่วยสมาชิกวุฒิสภา แพ้ก็ยอมรับ แต่เลือกตั้งที่ผ่านมา ชาวบ้านรู้กันหมดมีการแจกเงินอย่างโจ่งแจ้ง เข้าใจว่าความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นการเมืองที่สุจริตและเป็นธรรมที่สุด