ไอเอฟดีโพล เผย “เลือกตั้ง69” พรรคชนะเพราะกระสุนนำ ส่วนกระแสเป็นแค่แรงหนุน

ไอเอฟดีโพล เผย “เลือกตั้ง69” พรรคชนะเพราะกระสุนนำ ส่วนกระแสเป็นแค่แรงหนุน

View icon 35
วันที่ 16 ก.พ. 2569 | 14.06 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ดร.แดน เปิดสูตรชนะ 3 ชั้น ชนะเลือกตั้ง 69 “ทุน–บ้านใหญ่–เงารัฐ” ไอเอฟดีโพล เผยผลสำรวจ “กระสุนนำ” กระแสตาม
.
วันนี้ (16 ก.พ.69) ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (ดร.แดน) ประธานสถาบันการสร้างชาติ ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา และนางจิตติมา บุญวิทยา ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ ร่วมแถลงผลสำรวจความ‍คิดเห็นประชาชนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป เรื่อง “พรรคชนะ: กระสุนนำ กระแสเสริม” กลุ่มตัวอย่าง 1,289 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 11–14 ก.พ. 2569 ครอบคลุม 6 ภูมิภาค ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และค่าความคลาดเคลื่อน ±3%

.
โดยประชาชนมองว่า ‘ปัจจัยหลัก’ ที่ทำให้พรรคหลัก ๆ (ภูมิใจไทย พรรคประชาชน เพื่อไทย กล้าธรรม) ได้คะแนน/ที่นั่ง คือ “มีเงินและทรัพยากรหาเสียงมากกว่า (กระสุน/ซื้อเสียง)” 53.22%,  ตามด้วย “กระแสความนิยมพรรคพุ่ง” 38.48% และ “ได้บ้านใหญ่/เครือข่ายในพื้นที่สนับสนุน” 31.03% สะท้อนว่าในสายตาประชาชน เกมเลือกตั้งยังถูกขับเคลื่อนด้วยเงิน กระแส และเครือข่ายพื้นที่เป็นตัวนำ
.
ขณะที่ ‘ปัจจัย’ ด้านความเชื่อมั่นต่อพรรคและตัวผู้สมัครเป็นปัจจัยรอง ได้แก่ “ชื่นชอบพรรค แกนนำพรรค และผลงานของพรรคนั้น” 17.46% และ “ผู้สมัคร สส. เขตในพื้นที่เข้มแข็ง ทำพื้นที่ต่อเนื่อง คนรู้จัก” 17.38%
.
ส่วนมิติอื่นที่ประชาชนระบุเพิ่มเติม ได้แก่ “ประชาชนเบื่อพรรคการเมืองต้องการเปลี่ยน” 13.11% “มีข้าราชการ/พนักงานรัฐสนับสนุน” 9.85% “เลือกแบบยุทธศาสตร์เพื่อกันอีกฝ่าย มากกว่าเลือกเพราะชอบจริง ๆ” 8.84% “นโยบายหา‍เสียงโดนใจ” 6.98% และ “อื่น ๆ” 0.93% (ผู้ตอบเลือกได้ 2 อันดับ, ผลรวม % จึงมากกว่า 100%)
.
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ วิเคราะห์นัยยะจากผลไอเอฟดีโพล 6 ประเด็น ดังนี้
.
1) สูตรชนะ 3 ชั้นปิดเกม คือ ทุน–บ้านใหญ่–เงารัฐ ผลโพล สะท้อนว่า ไม่มีกระแสก็ยังชนะได้ เพราะมี “ระบบจัดตั้ง” ที่ทำให้คะแนนเกิดขึ้นจริงและกระจายลงเขตอย่างมีประสิทธิภาพ พรรคที่ใช้ “กระสุน+บ้านใหญ่” จึงถูกมองว่า มีโอกาสชนะมากกว่าพรรคที่พึ่ง “กระแส” เป็นหลัก

2) เงินนำนโยบาย สะท้อนว่า ต่อให้นโยบายดีและถูกใจ แต่ถ้าขาดทุน ขาดเครือข่าย และขาดระบบจัดตั้ง นโยบายก็ถูกมองว่าไม่พอจะพาชนะในสนามจริง

3) กระแสหนุน แต่กระสุนพาชนะ สะท้อนว่า ในสายตาประชาชน กระแสช่วย “ดันขึ้น” ได้ แต่เกมชนะยังหนักไปทาง “กระสุน” มากกว่า

4) พรรคหนุนคน คนหนุนพรรค สะท้อนว่าในสายตาประชาชน ชัยชนะไม่ได้มาจากพรรคหรือผู้สมัครอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำงานคู่กันระหว่าง “แบรนด์พรรค” กับ “คนทำงานพื้นที่” ถ้าพรรคไม่แข็ง ผู้สมัครมีคุณภาพอาจไปไม่สุด และถ้าผู้สมัครไม่ใช่ พรรคก็แปลงคะแนนเป็นที่นั่งได้ยาก

5) เงาข้าราชการสร้างแต้มต่อ ผลโพลพบว่า “มีข้าราชการ/พนักงานรัฐสนับสนุน” 9.85% สะท้อนว่าประชาชนยังรับรู้บทบาทเครือข่ายรัฐในสนามเลือกตั้ง พรรคจึงพยายามดึงข้าราชการมาเป็นฝ่ายตนเพื่อความได้เปรียบ ในการเข้าถึงทรัพยากรคนและโครงสร้างรัฐ โดยความพยายามในการคุมกระทรวงมหาดไทย และเมื่อ กกต. มีกำลังคนจัดเลือกตั้งจำกัด ต้องพึ่งภาครัฐจัดเลือกตั้ง ก็ยิ่งทำให้เกม “การคุมกลไก” ถูกมองว่าสำคัญ  ที่อาจเอื้อหรือหนุนบางฝ่าย จึงนำไปสู่ข้อถกเถียงเรื่องความสุจริตและเป็นธรรมในการเลือกตั้ง

6) ความขัดแย้งทำให้โหวตแบบยุทธศาสตร์ มากกว่าโหวตชอบ เป็นการโหวต เพื่อกันอีกฝ่ายมากกว่าโหวตเพราะชอบ เพราะไม่อยากให้คะแนนตกน้ำ เลือกพรรคที่จำต้องเลือก เพื่อกันฝั่งตรงข้าม สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยยังแบ่ง‍ข้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง