ทหารเขมรยั่วยุทหารไทย ที่หนองจาน

View icon 48
วันที่ 17 ก.พ. 2569 | 07.14 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ทหารกัมพูชายังคงป่วนทหารไทยทุกวัน วันนี้ เดินมาสังเกตการณ์ในระยะประชิด พร้อมอาวุธครบมือ

เป็นภาพจากทหารไทยเจอทหารกัมพูชารวมกลุ่มหนึ่งมาป่วนถึงที่ ขณะที่ทหารไทยกำลังขะมักเขม้นกับการขุดคูน้ำดักรถถัง ในพื้นที่บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จู่ ๆ มีกลุ่มทหารกัมพูชากว่า 20 นาย ทยอยเดินกันมาสังเกตการณ์ในระยะประชิด พร้อมอาวุธครบมือทุกนาย แต่คลิปดังกล่าวก็ทำให้เห็นข้อดีของคูดักรถถังที่เป็นการเส้นแบ่งเขตแดน 1/50,000 ยังช่วยลดการยั่วยุ และการเข้ามาใกล้ของประชาชน และทหารกัมพูชาในพื้นที่ดังกล่าว

ส่วนคลิปนี้ทหารกัมพูชาเดินยิ้มร่ากลับมาให้เพื่อน ๆ ในหน่วยที่ยืนรวมกลุ่มกันในป่า หลังลงทุนเดินไกลเพื่อไปยั่วอารมณ์ทหารไทย โดยคลิปนี้ถูกแชร์พร้อมแคปชันว่า “ยั่วนิดหน่อย ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ”

ส่วนคลิปนี้เป็นพื้นที่โอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย กัมพูชา ซึ่งอยู่ติดกับอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เป็นจุดที่ทหารไทยนำลวดหนามไปขึงแบ่งเขตแดนไว้ พร้อมมีทหารไทยเฝ้าเวรยาม ด้านทหารกัมพูชาเห็นแล้วคงได้ใจ จึงถ่ายคลิปขณะเพื่อน ๆ ในหน่วยเดินป้วนเปี้ยนไป-มา หวังยั่วอารมณ์ทหารไทยด้วยความสนุก พร้อมแคปชันว่า ทนได้ก็ทนไป

ส่วนคลิปนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วง 15.00 น. เมื่อวานนี้ (16 ก.พ.) เป็นคลิปที่ทหารกัมพูชาบันทึกภาพไว้ เผชิญหน้ากันอีกครั้งในพื้นที่แนวหน้า เมื่อทหารกัมพูชามีพฤติกรรมตีมึน เจตนารุกล้ำอธิปไตยเข้ามาในเขตแดนประเทศไทยอย่างชัดเจน ส่งผลให้ทหารไทยชุดปฏิบัติการในพื้นที่เข้าทำการสกัดกั้นและผลักดันให้ออกจากพื้นที่

แต่ทหารกัมพูชามีการเล็งปืนใส่ทหารไทยในระยะประชิด พร้อมทั้งเอานิ้วเข้าโกร่งไก ในลักษณะเตรียมพร้อมลั่นไก ทหารไทยรู้สึกไม่พอใจต่อการกระทำของทหารกัมพูชา นำไปสู่การเข้าตำหนิและโต้ตอบด้วยวาจาอย่างรุนแรงจากทหารฝ่ายไทย จนเกิดการปะทะคารมอย่างดุเดือดกลางป่าในแนวหน้า

ส่วนคลิปนี้ เป็นการทหารไทยกับกัมพูชาเผชิญหน้ากันในแนวหน้า หลังทหารเขมรตีมึนเดินรุกลํ้าเข้ามาที่รั้วลวดหนาม ส่งผลให้ทหารทั้ง 2 ฝ่ายปะทะคารมกันอย่างดุเดือดอีกครั้ง แต่คลิปนี้ไม่มีการบอกว่าเกิดขึ้นบริเวณชายแดนช่วงไหน

และคลิปนี้ก็เป็นอีก 1 คลิป ที่ทหารไทยเผชิญหน้ากับทหารกัมพูชาในพื้นที่แนวหน้า จนทั้งสองฝ่ายปะทะคารมกัน เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังทหารกัมพูชาพยายามล้ำเข้ามาบริเวณที่ทหารไทยดูแลอยู่ เมื่อทหารไทยเข้าไปก็มีการยั่วยุและปะทะคารมกันอย่างรุนแรง เพื่อพยายามให้ทหารไทยถอย แต่ทหารไทยไม่ยอมจนเกิดการเผชิญหน้า จนทหารกัมพูชาต้องล่าถอยออกไป

ไปดูอีกคลิปคลิปนี้เป็นภาพทหารกัมพูชาเร่งดับไฟหลังพยายาม จุดไฟเผาหญ้าหวังให้ลามเข้าฝั่งไทย แต่ลมเปลี่ยนทิศพัดเปลวไฟย้อนกลับเข้าหาฝั่งตัวเอง ส่งผลให้เปลวไฟไหม้ลุกลามเผาฐานอย่างรวดเร็ว

ในคลิปทหารกัมพูชาได้บรรยายว่า "โอ้โหพี่น้องเอ๋ย ไฟไหม้หมดแล้วเนี่ย... ไหม้หมดเลยครับพี่น้อง ไฟลามจนเอาไม่อยู่แล้ว ไหม้ไปหมดเลยทั้งด้านบนลามลงมาถึงด้านล่าง ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็ถูกไฟเผาวอดวายไปหมดเลย"

ส่วนคลิปนี้เกิดขึ้น เมื่อช่วง 21.00 น. ที่ผ่านมา เป็นคลิปที่ทหารกัมพูชามีการจุดไฟเผาป่าอีกครั้ง โดยมีเจตนาเหมือนเดิม คือพยายามจะให้ลมเข้ามายังฝั่งไทย เป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยั่วยุของทหารกัมพูชาต่อทหารไทย

ส่วนพื้นที่ทางทะเล มีรายงานว่า ทหารเรือกัมพูชาได้จับกุมเรือ “ก.โชคบูรพา” เรือบรรทุกอาหารทะเลจากประเทศไทย บริเวณชายฝั่งจังหวัดเกาะกง เป็นเรือประมงพื้นบ้าน ที่ขนหมึกสดประมาณ 3 ตัน พร้อมอุปกรณ์บรรจุสินค้า เช่น ถังน้ำและถังน้ำแข็ง และมีเผยแพร่ภาพการทำลายหมึกสดของกลาง

เรื่องนี้ทางกองทัพเรือของไทย ออกมาเปิดเผยว่า จากรายงานข่าวระบุว่า เรือดังกล่าวบรรทุกสินค้าอาหารทะเลสด จากจังหวัดสมุทรสาคร ออกเดินทางจากท่าเรือ ป.เกษมศิริ บ้านคลองสน ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ก่อนถูกควบคุมตัวในเขตน่านน้ำกัมพูชา เบื้องต้นพบว่ามีชาวไทย ชื่อ นายบุญยัง เคยจดทะเบียนเรือลำดังกล่าวจริง แต่พบว่า ใบอนุญาตใช้เรือได้หมดอายุลงตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2567 และ นายบุญยัง ให้ข้อมูลว่าได้จำหน่ายเรือลำดังกล่าวให้กับบุคคลสัญชาติกัมพูชาไปแล้วตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

ซึ่งหากกองทัพเรือตรวจสอบปรากฏว่าเรือดังกล่าวมีพฤติการณ์ลักลอบขนส่งสินค้าผ่านชายแดนทางทะเลไปยังประเทศกัมพูชา โดยไม่ได้รับอนุญาต จะเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกำหนดตามกฎอัยการศึกของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

กองทัพเรือยังได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการเรือประมงและผู้เดินเรือทุกประเภท ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนด และมาตรการด้านความมั่นคงชายแดนทางทะเลอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ส่วนคลิปนี้ มีการระบุว่า เป็นภาพแรงเขมรผลิตธนบัตร 100 ดอลลาร์ปลอมภายในฐานสแกมเมอร์แห่งใหม่ของกลุ่มทุนจีนเทาที่เมืองมาลัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย ห่างจากปอยเปตประมาณ 50 กิโลเมตร หรือเพียง 4-5 กิโลเมตร จากชายแดนไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง