เผาเพื่อนทั้งเป็น ราดน้ำมันจุดไฟ ก่อนใช้เหล็กตีจนตาย

เผาเพื่อนทั้งเป็น ราดน้ำมันจุดไฟ ก่อนใช้เหล็กตีจนตาย

View icon 97
วันที่ 17 ก.พ. 2569 | 07.45 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
หนุ่มแรงงานเมียนมาวัย 22 ปี ราดน้ำมันจุดไฟเผาเพื่อนร่วมชาติภายในแคมป์คนงาน ก่อนใช้เหล็กตีศีรษะซ้ำจนเสียชีวิต

เมื่อเวลา 01.50 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายจนมีผู้เสียชีวิต ภายในแคมป์พักคนงานแห่งหนึ่ง ริมถนนแพรกษา ตำบลแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ จึงประสานกำลังฝ่ายสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลสมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นแคมป์คนงานลักษณะห้องพักสังกะสีปลูกเรียงติดกัน บริเวณหน้าห้องพักพบศพชาย 1 ราย นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต สภาพร่างกายถูกไฟไหม้ทั่วทั้งตัวนอนเปลือยกาย บริเวณศีรษะพบบาดแผลแตกฉกรรจ์หลายแห่ง ทราบชื่อต่อมาคือ นายตุง อายุ 27 ปี สัญชาติเมียนมา ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายเว อายุ 22 ปี สัญชาติเมียนมาเช่นกัน หลังก่อเหตุไม่ได้หลบหนี ยืนรอมอบตัวอยู่ภายในแคมป์ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี

จากการสอบสวนผ่านล่าม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตไปดื่มสุรามา เมื่อกลับเข้าห้องพักประมาณ 5 ทุ่ม ได้ส่งเสียงดังและเตะผนังสังกะสี ทั้งที่ชาวบ้านเขานอนกันหมดแล้ว ตนซึ่งอยู่ห้องติดกันเกิดความไม่พอใจจึงเกิดการโต้เถียงกัน ก่อนที่จะนำน้ำมันไปราดภายในห้องพักของผู้ตายและจุดไฟเผา ทำให้เกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ร่างผู้เสียชีวิต ผู้เสียชีวิตพยายามวิ่งหนีออกมาด้านหน้าห้องพัก ก่อนที่ตนจะใช้เหล็กตีเข้าที่ศีรษะซ้ำหลายครั้งจนแน่นิ่ง

ขณะที่หญิงคนงานชาวกัมพูชา ซึ่งพักอยู่ภายในแคมป์เดียวกัน ให้การว่า ขณะนอนพักผ่อนอยู่ มีพี่สาวของผู้เสียชีวิตมาเคาะประตูเรียกบอกว่าเกิดไฟไหม้ ตอนแรกไม่ทราบว่าเป็นเหตุอะไร จึงออกมาช่วยกันดับไฟ กระทั่งเพลิงสงบจึงเห็นว่ามีผู้ตายถูกเผาและพบเลือดไหลบริเวณศีรษะ ส่วนผู้ก่อเหตุไม่ได้หลบหนี เดินถือเหล็กไปมาและบอกให้เรียกตำรวจ โดยผู้ก่อเหตุเพิ่งมาทำงานได้ประมาณ 1 เดือน ขณะที่ผู้ตายทำงานมาแล้วราว 5 เดือน ทั้งสองพักคนละห้องแต่ติดกัน และที่ผ่านมาไม่ทราบว่ามีปัญหาขัดแย้งรุนแรงมาก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และอยู่ระหว่างรอผลการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดจากแพทย์นิติเวช พร้อมเร่งสอบปากคำพยานแวดล้อมในแคมป์ เพื่อสรุปสำนวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง