ปปง. ส่งสำนวนให้อัยการยึดทรัพย์แก๊งสแกมเมอร์ 1.3 หมื่นล้าน

ปปง. ส่งสำนวนให้อัยการยึดทรัพย์แก๊งสแกมเมอร์ 1.3 หมื่นล้าน

View icon 160
วันที่ 17 ก.พ. 2569 | 11.39 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
คำชี้แจงไม่มีน้ำหนัก ปปง. ส่งสำนวนยึดทรัพย์แก๊งสแกมเมอร์ 1.3 หมื่นล้าน ให้อัยการยื่นร้องต่อศาล สั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

ยึดทรัพย์แก๊งสแกมเมอร์ 1.3 หมื่นล้าน วันนี้ (17 ก.พ.69) นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ได้มอบหมายให้นายกมมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วยนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. ส่งมอบสำนวนให้นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

สำหรับคดีสำคัญ 4 รายคดี รวมมูลค่า ประมาณ 13,074 ล้านบาท มีดังนี้
1. รายคดี นางสาวแตงไท กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยา MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียา กับพวก ได้หลอกลวงผู้เสียหาย มีข้อมูลเชื่อมโยง นายยิม เลียก และพบข้อมูลการทำธุรกรรม เชื่อมโยงไปยังนายเบน สมิธ ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน ตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 68 รายการ เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์ เรือยอชต์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท

2. รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก  สำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล เชื่อมโยง นายเฉิน จื้อ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group  ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา โดยส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 96 รายการ เช่น ที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ) รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท

3. รายคดี นายก๊ก อาน กับพวก สืบเนื่องจากกรณีการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน โดยส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 89 รายการ มูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท

4. รายคดี นายเอื้ออังกูร กับพวก กรณี กลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้น ผ่านกลุ่มไลน์ โดยส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 31 รายการ เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท

อนึ่ง ในรายคดีดังกล่าวข้างต้น หากมีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน ปปง. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าว มาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง