ข่าวเย็นประเด็นร้อน - กกต. ยังไม่พ้นวิบากกรรม มีหลายภาคส่วนทยอยฟ้องเพิ่มขึ้น ทั้งผ่าน สว. และ ผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา เปิดเวทีรับฟังความเห็นของ กกต. และคนที่เข้าไปเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง เขต 1 จังหวัดชลบุรี ที่ทั้ง 2 ยังไม่สามารถหาข้อยุติปัญหานี้ได้ว่าจะถอนฟ้องหรือไม่
รัฐสภาวันนี้ มี 2 เรื่อง 2 กรณีที่กระทบกับ กกต. หลังเลือกตั้งผ่านไปแล้วเกือบ 10 วัน และไม่สามารถประกาศผลคะแนนได้ เริ่มจาก นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นหนังสือถึง นางนันทนา นันทวโรภาส สว. เพื่อขอให้เข้าชื่อกันอย่างน้อย 20 คน ส่งให้ประธานวุฒิสภา เสนอศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย บริสุทธิ์ เที่ยงธรรมหรือไม่
การประชุมกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนฯ วุฒิสภา ได้เชิญ กกต. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี รวมทั้ง นางสาวเบญจพร สาวใส่เสื้อสีแดง ที่เปิดกล่องเลือกตั้งเข้าชี้แจง ให้เกิดความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นในการประท้วงและมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น ซึ่ง กกต. ไม่ได้มาประชุม แต่ให้ข้อมูลผ่าน ZOOM พบว่าข้อมูลยังแตกต่างกัน ที่ กกต. ยืนยันว่าหีบบัตรรวมกล่องและปิดซีลมาอย่างดี แต่ประชาชนยืนยันว่าไม่มีการซีลด้วยเคเบิลไทร์ เป็นเพียงเทปพัน และไม่มีการเซ็นรับรองตามข้อบังคับ แต่การฟ้องร้องกับประชาชนต้องทำ มิเช่นนั้นจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ประชาชนมองว่าเป็นการปิดปากประชาชนหรือไม่ แต่ กมธ. หวังว่าการพูดคุยกันวันนี้หากมีการไกล่เกลี่ยหรือถอนฟ้องกันได้จะเป็นประโยชน์
นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้ายื่นหนังสือที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ตรวจสอบกรณีที่ กกต. ใช้คิวอาร์โคดในกระบวนการเลือกตั้ง ที่อาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนลับของประชาชน แม้ กกต. จะยืนยันว่า การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบก็ตาม ตนจึงเห็นว่าควรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อความชัดเจน
ส่วนการเลือกตั้งใหม่ใน 3 หน่วย 3 จังหวัด กทม. น่าน และ อุดรธานี วันนี้ กกต. ถกเครียดไม่ได้ข้อยุติ รูปแบบบัตรเลือกตั้งที่จะจัดพิมพ์ใหม่ เพราะบาร์โคดที่มีการถกเถียงกันอยู่ และสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่เพิ่มเติมอีก 20 กว่าหน่วย หลังพบว่าบัตรออกเสียงเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง บัตรเขย่งของผู้มาใช้สิทธิ สส.เขตและบัญชีรายชื่อกว่า 66,000 คน