ค้นพบซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ในยุคน้ำแข็ง 2 ชนิด ในคอสตาริกา คาดอายุราว 10,000-40,000 ปี

ค้นพบซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ในยุคน้ำแข็ง 2 ชนิด ในคอสตาริกา คาดอายุราว 10,000-40,000 ปี

View icon 12
วันที่ 17 ก.พ. 2569 | 15.39 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เจ้าหน้าที่โบราณคดีคอสตาริกา ค้นพบซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ในยุคน้ำแข็ง 2 ชนิด คือ ช้างดึกดำบรรพ์ “คูเวียโรนิอุส” และสลอธยักษ์ “อีเรโมเทอเรียม” ซึ่งอาจมีอายุราว 10,000 - 40,000 ปีก่อน

วันนี้ (17 ก.พ. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หัวหน้าแผนกธรณีวิทยาและโบราณคดีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติคอสตาริกา ยืนยันว่า มีการขุดค้นพบฟอสซิลหรือซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ 2 ชนิด คือซาก “คูเวียโรนิอุส” (Cuvieronius) ซึ่งเป็นหนึ่งในช้างดึกดำบรรพ์ และซาก “อีเรโมเทอเรียม” (Eremotherium) สลอธยักษ์ที่รูปร่างคล้ายหมีขนาดใหญ่ ในพื้นที่จังหวัดการ์ตาโก ทางตอนกลางของประเทศคอสตาริกา

สัตว์ดึกดำบรรพ์ทั้ง 2 ชนิด เป็นสัตว์จากยุคไพลสโตซีน (Pleistocene) หรือ "ยุคน้ำแข็ง" ซึ่งพวกมันเคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ประเทศคอสตาริกาในปัจจุบัน เบื้องต้นมีการประเมินว่า ซากฟอสซิลเหล่านี้อาจมีอายุราว 10,000 - 40,000 ปีก่อน ถือการค้นพบครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลาย 10 ปี

โดยการขุดค้นครั้งนี้เริ่มต้นจากชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า อาจพบซากดึกดำบรรพ์ในที่ดินส่วนตัว เจ้าหน้าที่โบราณคดีจึงเริ่มปฏิบัติการขุดค้นรวม 13 ครั้ง ซึ่งสามารถกู้ซากดึกดำบรรพ์มาได้แล้วรวม 49 ชิ้น

ทั้งนี้ ยุคไพลสโตซีน หรือ "ยุคน้ำแข็ง" คือช่วงประมาณ 2.6 ล้านปี ถึง 11,700 ปีก่อน ถือเป็นช่วงที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศรุนแรง น้ำแข็งแผ่ขยายปกคลุมทวีปหลายครั้ง (Glacial period) สลับกับช่วงอบอุ่น (Interglacial) มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ (Megafauna) อาทิ แมมมอธ และเสือเขี้ยวดาบ เป็นต้น เกิดขึ้นและสูญพันธุ์ในช่วงปลายยุค และเป็นช่วงที่มนุษย์ยุคแรก (Homo sapiens) เริ่มวิวัฒนาการและแพร่กระจายไปทั่วโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง