วันนี้ (18 ก.พ. 69) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. และตำรวจชุดจับกุมร่วมแถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ หลังเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับยาบ้าจำนวนกว่า 8.3 ล้านเม็ด ซึ่งถูกซุกซ่อนมาในรถยนต์ดัดแปลงสำหรับกำจัดสิ่งปฏิกูล เตรียมลำเลียงจากพื้นที่ภาคเหนือไปส่งให้เครือข่ายในพื้นที่ภาคใต้
การแถลงข่าวครั้งนี้ มีขึ้นโดยกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ซึ่งย้ำถึงแนวทางการปราบปรามเชิงรุก ทั้งการตัดเส้นทางลำเลียงและการขยายผลถึงผู้ว่าจ้างและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ (16 ก.พ. 69) เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ
โดยใช้รถยนต์เป็นพาหนะซุกซ่อนยาเสพติด และใช้เส้นทางผ่านหลายจังหวัด ได้แก่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ผ่าน จ.เชียงราย จ.ลำปาง จ.สุโขทัย จ.กำแพงเพชร จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี และ จ.สุพรรณบุรี ก่อนมุ่งหน้าสู่ปลายทางในพื้นที่ภาคใต้
ต่อมา ชุดปฏิบัติการได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณทางหลวงหมายเลข 333 สายบ้านไร่–ด่านช้าง ต.ห้วยแห้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี พบรถยนต์ต้องสงสัย ขับผ่านมาตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง จึงทำการสะกดรอยติดตามอย่างใกล้ชิด
กระทั่ง เจ้าหน้าที่ได้เรียกรถคันดังกล่าวเพื่อตรวจค้น พบชายเป็นคนขับเพียงลำพัง จึงนำรถไปตรวจสอบและเอกซเรย์ที่ด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า จำนวนประมาณ 8,394,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในถังดัดแปลงสำหรับเก็บสิ่งปฏิกูลบริเวณท้ายรถยนต์
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาเป็นชายชาว จ.อุตรดิตถ์ อายุ 39 ปี ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ลำเลียงยาเสพติดไปส่งในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ค่าจ้างจำนวน 500,000 บาท โดยได้รับเงินค่าน้ำมันมาล่วงหน้าเพียงบางส่วน แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ก่อนถึงจุดนัดหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ว่าจ้างและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันจะเดินหน้ากวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง