พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ในฐานะรองประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ เดินทางไปยังสำนักงานชลประทานที่ 17 อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อประชุมและติดตามความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคใต้ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ช่วงวันที่ 19-25 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านแหล่งน้ำในพื้นที่ 3 จังหวัดดังกล่าวได้รับความเสียหายจากอุทกภัย รวม 42 โครงการ โดยกรมชลประทาน ได้ดำเนินแผนงานซ่อมแซมปรับปรุงอาคาร และเร่งฟื้นฟูระบบชลประทาน เพื่อให้สามารถใช้งานและส่งน้ำให้เกษตรกรได้ทำการเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไปได้อย่างเต็มศักยภาพ
สำหรับจังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 13 อำเภอ จำนวนกว่า 89,000 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 4 คน ขณะนี้ทำการฟื้นฟูให้ความช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว และในปี 2569 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางแผนเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำ
ในช่วงบ่าย ไปติดตามการดำเนินงานโครงการฝายบ้านกูแบกาลอพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อปี 2554 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลเปาะเส้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด ในปี 2559 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินการก่อสร้างฝายน้ำล้น, ก่อสร้างท่อปากคลองส่งน้ำ 2 แห่ง, ท่อลอดถนน และขุดลอกคลองลูโบ๊ะปีแซ
ปัจจุบัน สามารถส่งน้ำสนับสนุนการอุปโภค-บริโภคในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลเปาะเส้ง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จำนวน 85 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรกว่า 400 ไร่ ได้อย่างเพียงพอตลอดปี ทั้งยังจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ โครงการฝายบ้านกูแบกาลอพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ สร้างความสามัคคี และความเข้มแข็งให้แก่ราษฎรตำบลเปาะเส้ง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ปลูกยางพารา และยังสามารถประกอบอาชีพเสริมต่าง ๆ เช่น เลี้ยงโคเนื้อ เลี้ยงปลา และปลูกผัก