สนามข่าว 7 สี - สำนักงาน ป.ป.ท. ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง ตรวจสอบที่พักสงฆ์ในจังหวัดสระบุรี รุกที่ ส.ป.ก. ป่าไม้ กว่า 2,000 ไร่ ขายให้ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมได้พักอาศัย ราคาหลังละ 500,000 บาท
สำนักงาน ป.ป.ท. ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง, เจ้าหน้าที่ป่าไม้, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี นำหมายค้นศาลจังหวัดสระบุรี เข้าตรวจค้นภายในที่พักสงฆ์ ชื่อวัดป่าชนะใจ เพื่อตรวจสอบเอกสารสิทธิ์การถือครอง ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 รวม 4 จุด หลังเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. เข้าแจ้งความต่อ ปทส. ว่ามีกลุ่มพระสงฆ์ ทำการบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก โดยไม่ได้รับอนุญาต และกว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก.จากชาวบ้าน เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ พร้อมชักชวนประชาชนผ่านช่องทาง Social Media ให้บริจาคเงินสร้างถนนเข้าวัด ร่วมซื้อกุฏิถวายพระ และยังไลฟ์ชักชวนพุทธศาสนิกชน ซื้อบ้านพัก สไตล์ญี่ปุ่น เพื่ออยู่ปฏิบัติธรรมที่วัด หลังละ 500,000 บาท
จุดแรก พบมีการก่อสร้างอาคารประมาณ 10 หลัง ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนา ได้ทำการตรวจใบสุทธิ บัตรประจำตัวพระสงฆ์ ภายในวัดทั้งหมด พร้อมให้เจ้าคณะตำบลเข้ามารับทราบพฤติกรรมพระในวัด ที่บุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก.โดยไม่ได้รับอนุญาต
จุดที่ 2 เป็นหมู่บ้านอาริยะ และจุดที่ 3 เป็นพุทธสถานรักษาใจนานาชาติ พบอยู่ระหว่างการแผ้วถางป่า ปรับแต่งพื้นที่ แบ่งล็อกแต่ละพื้นที่ขึ้นโครงฐานเพื่อนำบ้านน็อกดาวน์มาติดตั้ง รวมถึงพบว่ามีการขึ้นเสาไฟฟ้า และติดตั้งระบบสาธารณูปโภคไว้พร้อม สำหรับการสร้างบ้านพัก ขายให้กับพุทธศาสนิกชนที่จะเข้าปฏิบัติธรรม
และจุดที่ 4 ชื่อ ผาชนะใจ จุดนี้มีสภาพเป็นเนินเขาสูง ที่พบร่องรอยการปรับแต่งพื้นที่ เตรียมสร้างพระประธานองค์ใหญ่ โดยปลูกต้นไทรขนาดใหญ่ และนำธงประจำวัดไปปักไว้ ขณะเดียวกันก็พบว่า ป้ายประกาศ ห้ามบุกรุกที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน มาติดไว้ด้วย
โดย นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าว อยู่ในแปลงพื้นที่ถูกจัดไว้สำหรับปฏิรูปที่ดิน แต่สำหรับพื้นที่บริเวณดังกล่าวเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ลาดชัน ซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตให้ครอบครอง และเป็นพื้นที่ป่ารุ่นเดิม ที่ไม่เหมาะกับการปฏิรูปจึงถูกกันไว้ ไม่สามารถปฏิรูปได้
ขณะที่ตำรวจ ปทส. ยืนยันว่าจากการตรวจสอบ พบว่า วัดป่าชนะใจ ถือครอง ส.ป.ก. รวมทั้งสิ้น 13 แปลง เนื้อที่ รวมกว่า 2,000 ไร่ หลังจากนี้จะประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ส.ป.ก. และป่าไม้ เข้าแจ้งความเอาผิดกับผู้บุกรุก ซึ่งในกรณีของป่าชนะใจถือว่าไม่มีสิทธิ์ในการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. โดยหลังจากที่มีการแจ้งความแล้ว จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ว่าเงินที่นำมาในการปรับแต่งพื้นที่ และก่อสร้าง มาจากที่ใดต่อไป