สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจดังนี้

View icon 195
วันที่ 19 ก.พ. 2569 | 20.02 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 09.00 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567

ในปีนี้ สภามหาวิทยาลัยศิลปากร มีมติเป็นเอกฉันท์ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาเภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยทรงมีพระปรีชาสามารถและพระราชกรณียกิจสำคัญด้านการพัฒนาการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ และการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชสมุนไพร ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกพืชสมุนไพร เพื่อใช้ทางการแพทย์แผนไทยและการวิจัยทางเภสัชศาสตร์ ทรงริเริ่ม "โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" ที่มุ่งเก็บรักษาและฟื้นฟูพันธุกรรมพืชสมุนไพรไทยที่มีคุณค่า ทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และเศรษฐกิจ สร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมพืช ช่วยสนับสนุนการศึกษาวิจัย พัฒนายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างยั่งยืน

โดยมีพระสงฆ์ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร 6 รูป และมีบัณฑิตทั้งในระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต ระดับปริญญามหาบัณฑิต และระดับปริญญาบัณฑิต จากคณะมัณฑนศิลป์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ คณะโบราณคดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะอักษรศาสตร์ คณะดุริยางคศาสตร์ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร รวม 3,294 คน

โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทความสำคัญว่า "ขอแสดงความชื่นชมต่อผู้ทรงคุณวุฒิและบัณฑิตทุกคนที่ได้รับเกียรติและความสำเร็จ ทั้งขอขอบใจมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ที่มอบปริญญาเภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่ข้าพเจ้า ในโอกาสอันดีนี้ ข้าพเจ้าขอฝากข้อคิดบางประการดังที่ได้เคยกล่าวไว้ในที่ประชุมนี้เมื่อได้มาเยือนในปีก่อน ๆ เพื่อให้ทุกท่านได้พิจารณา กล่าวคือ บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแล้ว ถือได้ว่าเป็นผู้รู้ ผู้มีความสามารถเพียงพอที่จะออกไปประกอบอาชีพการงาน เพื่อสร้างความสำเร็จแก่ตนเองและส่วนรวม ในการทำงานสร้างสรรค์ความสำเร็จและความเจริญนั้น นอกจากจะต้องมุ่งกระทำแต่เฉพาะการงานที่สุจริตและเป็นประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดโทษเสียหาย ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นแล้ว บัณฑิตควรตระหนักด้วยว่า คนเราแม้จะมีความรู้ความสามารถสูง แต่ก็ไม่อาจสร้างความสำเร็จทุกสิ่งได้โดยลำพัง หากต้องได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากผู้อื่นฝ่ายอื่นอย่างพร้อมเพรียงด้วย บัณฑิตจึงต้องมีความเฉลียวฉลาดในการประสานสามัคคี ประสานประโยชน์กับผู้ร่วมงานทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กิจการงานที่ทำจะได้ดำเนินลุล่วงและสำเร็จผลเป็นประโยชน์ที่แท้ คือเป็นความเจริญมั่นคงแก่ตัวบัณฑิตเอง แก่งานที่ปฏิบัติ และแก่ประเทศชาติของเรา"

เวลา 15.04 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ที่ปรึกษางานโครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นำคณะผู้เข้ารับการฝึกอบรมโครงการความร่วมมือระหว่างราชอาณาจักรไทย และราชอาณาจักรภูฏาน ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริ เฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานเกียรติบัตร ในโอกาสนี้ วิทยากรและผู้จัดการอบรม ร่วมเฝ้าทูลละอองพระบาทด้วย

การอบรมครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประเทศไทย เพื่อทบทวนกรอบแนวคิดและการดำเนินงาน ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับครูไทย มีผู้เข้ารับการอบรม 36 คน ประกอบด้วย การบรรยาย การฝึกปฏิบัติ และการศึกษาดูงานโครงการตามพระราชดำริ ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ทั้งนี้ มีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการความร่วมมือกับราชอาณาจักรภูฎาน ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตั้งแต่ปี 2554 ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ 11 แห่ง ครอบคุลม 8 เขตในราชอาณาจักรภูฏาน มีครู และเจ้าหน้าที่ 538 คน นักเรียน 4,634 คน พบว่า โรงเรียนได้จัดกิจกรรมการเกษตร ส่งเสริมโภชนาการ และการพัฒนาสุขภาพอนามัยตามพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นในหมวด