“กลุ่มตาลีบัน” ออกกฎใหม่ ผัวลงโทษทำร้ายเมียและลูกได้ หากไม่ถึงขั้น กระดูกหัก-เป็นแผลเหวอะ

“กลุ่มตาลีบัน” ออกกฎใหม่ ผัวลงโทษทำร้ายเมียและลูกได้ หากไม่ถึงขั้น กระดูกหัก-เป็นแผลเหวอะ

View icon 79
วันที่ 20 ก.พ. 2569 | 10.57 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“กลุ่มตาลีบัน” ออกกฎหมายใหม่ สามีสามารถลงโทษทำร้ายร่างกายภรรยาและลูกได้ ตราบใดที่ไม่ถึงขั้น “กระดูกหัก” หรือ “เป็นแผลเหวอะหวะรุนแรง” หากสามีทำร้ายเกินกว่าเหตุมีโทษจำคุกเพียง 15 วัน

วันนี้ (20 ก.พ. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประมวลกฎหมายอาญาฉบับใหม่ที่ “กลุ่มตาลีบัน” นำมาบังคับใช้ นั้นได้อนุญาตให้สามีลงโทษทางร่างกายภรรยาและลูกได้ ตราบใดที่การกระทำนั้นไม่ทำให้ “กระดูกหัก” หรือ “มีบาดแผลเปิดรุนแรง”

โดยประมวลกฎหมายอาญาฉบับนี้ได้ลงนามโดย “ฮิบาตุลเลาะห์ อคุนด์ซาดา” (Hibatullah Akhundzada) ผู้นำสูงสุดของกลุ่ม ที่สร้างระบบวรรณะรูปแบบใหม่ขึ้นมา ซึ่งอนุญาตให้มีการลงโทษที่แตกต่างกันไปตามบทบาทว่าผู้กระทำผิดเป็น นาย หรือ ทาส

หากสามีลงโทษภรรยาเกินกว่าเหตุ ทำให้กระดูกหักหรือได้รับบาดเจ็บมีแผลเหวอะหวะ สามีก็จะมีโทษจำคุก 15 วัน แต่สามีจะถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงก็ต่อเมื่อภรรยาสามารถพิสูจน์ต่อศาลได้ว่าเธอถูกการทำร้ายร่างกายจริงเท่านั้น โดยฝ่ายหญิงจะต้องแสดงบาดแผลให้ผู้พิพากษาดูในขณะที่ต้องปกปิดใบหน้าไว้ และสามีต้องไปศาลพร้อมกับภรรยาด้วย

และในทางกลับกัน หากหญิงที่แต่งงานแล้วไปเยี่ยมญาติ โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากสามี อาจมีโทษจำคุกนาน 3 เดือน

และมาตรา 9 แบ่งสังคมอัฟกานิสถานออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ นักวิชาการศาสนา (ulama), ชนชั้นสูง (ashraf), ชนชั้นกลาง และชนชั้นล่าง ภายใต้ระบบนี้ การลงโทษสำหรับความผิดเดียวกันจะไม่ขึ้นอยู่กับลักษณะหรือความร้ายแรงของความผิดเป็นหลักอีกต่อไป แต่จะขึ้นอยู่กับสถานะทางสังคมของผู้ถูกกล่าวหา

ตามหลักแล้ว หากนักวิชาการศาสนากระทำความผิดการลงโทษจะเป็นเพียงการตักเตือน หากผู้กระทำความผิดเป็นชนชั้นสูง ผลที่ตามมาคือการเรียกตัวขึ้นศาลและการตักเตือน ส่วนชนชั้นกลางการกระทำความผิดเดียวกันนั้นอาจถูกจำคุก แต่สำหรับชนชั้นล่างการลงโทษจะเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่การจำคุกและอาจถึงขั้นลงโทษทางร่างกาย ซึ่งการลงโทษทางร่างกายสำหรับความผิดร้ายแรงจะดำเนินการโดยผู้นำศาสนา ไม่ใช่โดยหน่วยงานราชทัณฑ์

นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายอาญาฉบับใหม่ 90 หน้า ได้ยกเลิกกฎหมายว่าด้วยการกำจัดความรุนแรงต่อสตรี (EVAW) ปี 2553 ซึ่งริเริ่มโดยรัฐบาลชุดก่อนที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ

ทาง Rawadarid กลุ่มสิทธิมนุษยชนอัฟกานิสถานซึ่งดำเนินงานในต่างแดน เรียกร้องให้สหประชาชาติและองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ ใช้กลไกทางกฎหมายที่มีอยู่ในการป้องกันไม่ให้กฎดังกล่าวถูกบังคับใช้ในอัฟกานิสถาน