กัมพูชาพบผู้ป่วยไข้หวัดนก มีประวัตินำไก่ตายมาทำอาหาร ไทยไม่พบผู้ป่วยตั้งแต่ปี 2549 แม้เสี่ยงปานกลางแต่ไม่ควรประมาท โดยเฉพาะในช่วงอากาศเปลี่ยน
วันนี้ (20 ก.พ.69) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2546 ถึงต้นปี 2569 มีรายงานผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกในคนทั่วโลกมากกว่า 900 ราย และมีอัตราการเสียชีวิตในระดับสูง ขณะเดียวกันยังพบการระบาดอย่างต่อเนื่องในบางประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุด มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในประเทศกัมพูชา จำนวน 1 ราย เมื่อวันที่ 14 ก.พ.69 โดยเป็นชายอายุ 30 ปี อาศัยอยู่ในจังหวัดกำปอต มีประวัติสัมผัสสัตว์ปีก พบไก่ตายในครัวเรือน และนำมาประกอบอาหารก่อนเริ่มป่วย
ทั้งนี้ ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกในคน และไม่พบผู้ป่วยยืนยันตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงบูรณาการเฝ้าระวังในคนและสัตว์ร่วมกับกรมปศุสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง กรมควบคุมโรคประเมินว่า แม้ความเสี่ยงของประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง แต่ประชาชนไม่ควรประมาท โดยเฉพาะในช่วงท่องเที่ยวและการรวมกลุ่มกิจกรรม ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกหรือสัตว์ที่ป่วยหรือตายผิดปกติ ไม่จับต้องซากสัตว์ และไม่นำโครงไก่หรือวัตถุดิบจากแหล่งที่ไม่ปลอดภัยมาประกอบอาหาร
ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ที่เดินทางไปยังฟาร์ม สวนสัตว์ หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ควรป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม โดยล้างมือบ่อย ๆ สวมหน้ากากเมื่อจำเป็น และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สัตว์ที่มีอาการป่วย พร้อมให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารที่ปรุงสุกใหม่ แยกภาชนะสำหรับอาหารดิบและสุกอย่างชัดเจน และทำความสะอาดอุปกรณ์ครัวทุกครั้งหลังใช้งาน
หากพบสัตว์ปีกป่วยหรือตายจำนวนมากในพื้นที่ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที เพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชน และหากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก หรือตาแดงอักเสบ ภายใน 14 วันหลังสัมผัสสัตว์ปีก สัตว์ที่ป่วยตายผิดปกติ หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ป่วยตายผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการสัมผัสอย่างละเอียด เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที
กรมควบคุมโรคยืนยันว่า ประชาชนสามารถบริโภคเนื้อไก่และเป็ดได้อย่างปลอดภัย หากเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้และปรุงสุกอย่างถูกวิธี พร้อมขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเดินทาง การเฉลิมฉลอง และการใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างปลอดภัย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422