ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - ตำรวจแกะรอยตามจับพ่อค้าก๋วยเตี๋ยว ผันตัวไปเป็นโจรชิงทองเมืองขอนแก่นได้สำเร็จ พบหลังก่อเหตุยืนลวกเส้นให้ลูกค้าตามปกติ ส่วนของกลางถูกหมกด้วยาง ซ่อนไว้ในเสาบ้าน
จับแล้วคนร้ายชิงทอง 26 บาท
ภาพเหตุการณ์ ช่วงบ่าย วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา คนร้ายชายคนหนึ่งบุกเดี่ยว เข้าไปในร้านขายทองแห่งหนึ่ง ในตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมืองขอนแก่น แล้วใช้ท่อนเหล็กยาวมีตะขอตรงปลาย กระทุ้งกระจกตู้โชว์ทองติดฝาผนัง เกี่ยวสร้อยคอทองคำ น้ำหนักรวม 26 บาท ที่แขวนโชว์อยู่ในถาดออกมาใส่กระเป๋า แล้วเดินออกจากร้านไปอย่างใจเย็น
กระทั่งเมื่อวานนี้ ความพยายามแกะรอยก็สำเร็จ ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 ไปจับกุม นายชลธิป อายุ 47 ปี พ่อค้าก๋วยเตี๋ยว ขณะกำลังทำความสะอาดร้านที่ ตำบลบ้านหว้า อำเภอเมืองขอนแก่น ซึ่งนายชลธิปปฏิเสธ แต่สุดท้ายจำนนด้วยหลักฐาน และนำตำรวจไปค้นบ้านทีตำบลบ้านหว้า อำเภอเมืองขอนแก่น ก็พบว่า ของกลางสร้อยคอทองคำ ถูกซุกซ่อนอยู่ในเหล็กกล่องของบ้าน ตำรวจจึงใช้เครื่องเจียร ตัดบริเวณโคนเสา ก็พบสร้อยคอทองคำของกลาง 9 เส้น น้ำหนัก 26 บาท ถูกอัดทับด้วยฟางข้าว
จากนั้นตำรวจ นำตัว นายชลธิป ไปชี้จุดที่นำรถจักรยานยนต์ บริเวณหนองน้ำกลางทุ่งนา ห่างจากบ้าน ประมาณ 10 กิโลเมตร โดยตำรวจให้นักประดาน้ำจากมูลนิธิกู้ภัยสว่างสามัคคีอุทิศ ลงค้นหาไม่นานก็พบรถจักรยานยนต์ ส่วนเสื้อผ้าที่สวมใส่วันก่อเหตุ เผาทำลายทิ้งแล้ว
ตำรวจสอบสวน ผู้ก่อเหตุ ให้การว่า เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว มีความเครียดภาระหนี้สิน ก่อนหน้านี้ก็เป็นนายหน้าขายที่ดิน แต่เงินไม่พอใช้ โดยก่อเหตุโดยเลียนแบบภาพยนต์ ซึ่งพยายามก่อเหตุมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ แต่ไม่สำเร็จ วันรุ่งขึ้นจึงย้อนไปก่อเหตุอีกครั้ง หลังก่อเหตุ นำสร้อยคอทองคำที่ชิงได้ไปซุกซ่อน และนำรถจักรยานยนต์ไปทิ้งบ่อน้ำ แล้วกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งตำรวจ ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด ดำเนินคดี
ทิว โจรชิงทอง ฝากขอโทษแม่-น้องสาว
ตำรวจคุมตัว ทิว โจรชิงทอง ขออำนาจศาลฯ ฝากขัง ยืนยันเงินและทองยังอยู่ที่ ดิว และฝากขอโทษแม่ ตนเองพร้อมรับโทษตามกฎหมาย
นายจะลอ หรือ ทิว ผู้ต้องหาชิงทรัพย์ร้านทอง น้ำหนักรวม 198 บาท มูลค่า 10 ล้านบาท ที่ห้างฯ ย่านอ่อนนุช ยืนยันคำรับสารภาพ ขณะถูกตำรวจ สน.พระโขนง คุมตัวขึ้นรถ เตรียมไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ ฝากขังผัดแรก ว่าเงินและทองคำอยู่ที่ นายดิว เพื่อนชาวเมียนมา และฝากนักข่าวขอโทษแม่และน้องสาว ตนเองยินดีรับโทษตามกฎหมาย
ด้าน พนักงานสอบสวน คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากข้อหามีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี รวมถึงผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักทรัพย์, ชิงทรัพย์ มาแล้ว 7 คดี เพิ่งพ้นโทษออกมาจากคุกเดือนตุลาคม 2568 เเต่กลับมาก่อเหตุซ้ำ