เจาะประเด็นข่าว 7HD - เรื่องของ "พลทหารเพชรรัตน์" จุดเริ่มต้นมาจากการลาเพื่อไปทำธุระที่บ้าน แต่เพราะประสบอุบัติเหตุ ทำให้กลับไปเข้าประจำหน่วยไม่ทัน เป็นเหตุให้ถูกทำโทษขัง 15 วัน แล้วเสียชีวิต เดิมญาติก็เกือบจะไม่ติดใจอยู่แล้ว กระทั่งเจอ "ช้อนสั้น" หลังประกอบฌาปนกิจ จนต้องตั้งคำถามว่า มาได้อย่างไร
เป็นการตั้งข้อสังเกตจากญาติคนหนึ่ง ซึ่งตามขั้นตอนปกติ เวลาที่จะต้องนำส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรศพ เพื่อยืนยันสาเหตุการณ์เสียชีวิตที่โรงพยาบาล ก็จะต้องมีการเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเป็นชุดใหม่ หยิบเอาทรัพย์ส่วนตัวใด ๆ ออกมาก่อน
ขณะที่ในการผ่าชันสูตรร่างของ "พลทหารเพชรรัตน์" ญาติบอกว่า ดำเนินการผ่าที่ศีรษะ และหน้าอก เพื่อดูร่องรอยฟกช้ำ อาการบาดเจ็บ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่เจออะไร แต่กลับมาพบความผิดปกติ หลังประกอบพิธีฌาปนกิจศพเสร็จสิ้น สอบถามกับ สัปเหร่อที่ทำหน้าที่นี้มาเป็นสิบ ๆ ปี ยังบอกเองว่า ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน
แล้วทำไม "พลทหารเพชรรัตน์" ต้องรับโทษ เหตุผลก็เพราะว่า หลังได้รับอนุญาตให้ลากลับบ้านได้เป็นเวลา 6 วัน "พลทหารเพชรรัตน์" ก็ได้กลับไปช่วยงานที่บ้าน คอยแบกหามยกไม้ขึ้นรถลงบรรทุก แล้วเกิดบาดเจ็บ ทำให้ต้องแจ้งขอลาหยุดเพิ่มอีก 4 วัน ซึ่งก็ได้ส่งข้อความไปขออนุญาตทางไลน์แล้ว แต่คาดว่า ผู้กองฯ น่าจะไม่ได้อ่านข้อความ ทำให้เมื่อตอนที่กลับไปเข้าประจำการ วันที่ 24 ตุลาคม ถูกสั่งทำโทษขังเป็นเวลา 15 วัน ก่อนจะเสียชีวิต หลังรับโทษไปได้ 10 วัน
เมื่อรวบรวมข้อเท็จจริงต่าง ๆ ขึ้นมา ทำให้ครอบครัวสงสัยหลายเรื่อง เริ่มตั้งแต่ภาพวงจรปิดที่เห็นมีเพียงภาพมุมอับ ผู้ต้องขัง 2 ใน 9 ให้การไม่สอดคล้องกัน มีการทำ CPR แต่เป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ เพราะเมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว และเมื่อเรื่องนี้ไปถึงอัยการ ซักถามเสียชีวิตได้อย่างไร เมื่อไร กลับไม่มีใครบอกได้
นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติเกี่ยวกับศพ เช่น เหมือนมีใครทำอะไรบางอย่างกับศพ สัปเหร่อที่พบ "ช้อนสั้น" ปนอยู่กับกระดูก พอถามหาใบเอ็กซเรย์ เพื่อจะดูว่ามีอะไรผิดปกติในร่างกายหรือไม่ ก็บอกว่าไม่มี และยังได้ข้อมูลจากเพื่อนทหารว่ามีการ "ซ้อมหมู่" หรืออาจหมายถึงการซ่อมหมู่ ในเรือนจำ
คุณย่าวัญเพ็ญ ที่เลี้ยงพลทหารเพชรัตน์มาตั้งแต่เด็ก ๆ จนถูกเรียกว่า "แม่" ระหว่างพูดคุยกัน จู่ ๆ คุณย่าก็เหมือนมีอาการคล้ายถูกวิญญาณเข้าสิง บอกว่าตัวเองคือ พลทหารเพชรรัตน์ รู้สึกเสียใจเหลือเกินกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกจากเรื่องปมการเสียชีวิตที่แพทย์ลงความเห็นว่า "หัวใจวายแบบคั่งเลือดจากกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ" แล้ว ที่ครอบครัวอยากให้หน่วยงานต้นสังกัดเร่งรัด คือเงินเยียวยาตามสิทธิที่ พลทหารเพชรัตน์ สมควรจะได้รับ เพราะลำพังเงินช่วยเหลือค่าจัดงานศพประมาณ 20,000 บาท ซึ่งก็ไม่พอกับเงินที่ได้กู้ยืมมาประกอบพิธี