สนามข่าว 7 สี - ปริศนา "ช้อนสั้น" ที่เจอในอัฐิของ "พลทหาร เพชรรัตน์" หลังการฌาปนกิจ ถูกตั้งข้อสงสัย และตั้งคำถามว่า มาได้อย่างไร
เป็นการตั้งข้อสังเกตจากญาติ เพราะตามขั้นตอนปกติ เวลานำส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่โรงพยาบาล ก็จะต้องมีการเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และหยิบทรัพย์ส่วนตัวออกมาก่อน
ครอบครัวและญาติรู้แค่ว่าแพทย์ได้ดำเนินการผ่าที่ศีรษะ และหน้าอก เพื่อดูร่องรอยฟกช้ำ อาการบาดเจ็บ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่เจออะไร ขาดแค่เพียงเอกสารที่แพทย์ยังไม่ได้ให้มาดู จึงเกิดความคาใจว่า หลานเสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่นหรือไม่
หลังการประกอบพิธีฌาปนกิจ กระทั่งวันที่เก็บอัฐิในเช้าวันรุ่งขึ้น นายสิทธิพร สัปเหร่อ ที่ทำหน้าที่นี้มานานกว่า 10 ปี พบช้อนสั้นอยู่บริเวณที่เผาศพช่วงศีรษะ โดยยืนยันว่า ก่อนจะนำศพเข้าไปเผา ตรวจสอบตามร่างกายดีแล้วว่าไม่มีอะไรอยู่ในเสื้อผ้า แต่ก็คิดอยู่แล้วว่าตอนที่นำศพออกมาต้องเจออะไรแปลก ๆ
คำถามว่าทำไม "พลทหาร เพชรรัตน์" ต้องรับโทษ ก็เพราะว่าหลังได้รับอนุญาตให้ลากลับบ้านได้ช่วงวันที่ 11-16 ตุลาคม 2568 เจ้าตัวกลับไปช่วยงานแบกหามยกไม้ขึ้นรถบรรทุก แล้วเกิดบาดเจ็บ ทำให้ต้องแจ้งขอลาหยุดเพิ่มอีก 4 วัน คือ วันที่ 17-20 ตุลาคม 2568
วิธีการแจ้งลา คือ การส่งข้อความไปขออนุญาตผ่านไลน์ แต่คาดว่าผู้กองฯ น่าจะไม่ได้อ่าน ทำให้เมื่อกลับเข้าประจำการ วันที่ 24 ตุลาคม ถูกสั่งทำโทษขังเป็นเวลา 15 วัน ก่อนจะเสียชีวิต หลังรับโทษไปได้ 10 วัน
หลังการโพสต์เรื่องนี้ลงโซเชียลฯ ไป ก็ไม่เห็นแรงกระเพื่อม กลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เลยไปขอความช่วยเหลือกับ นางสาวนิชนันท์ วังคะฮาต อดีตผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรคประชาชน
จากการพูดคุยกันจึงสรุปข้อสงสัยออกมาได้ว่า ภาพวงจรปิดที่เห็นมีเพียงภาพมุมอับ ผู้ต้องขัง 2 ใน 9 ให้การไม่สอดคล้องกัน มีการทำ CPR แต่เป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ เพราะเมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว และเมื่อเรื่องนี้ไปถึงอัยการ ซักถามเสียชีวิตได้อย่างไร เมื่อไร กลับไม่มีใครบอกได้
ประเด็นต่อมา คือ ความผิดปกติเกี่ยวกับศพ เช่น เรื่องที่สัปเหร่อไปพบ "ช้อนสั้น" ปนอยู่กับกระดูก ถามหาใบเอกซเรย์ เพื่อจะดูว่ามีอะไรผิดปกติในร่างกายหรือไม่ ก็ยังไม่ได้รับการชี้แจง และยังได้ข้อมูลจากเพื่อนทหารว่ามีการ "ซ้อมหมู" หรืออาจหมายถึงการ "ซ่อมหมู่" ในเรือนจำ
ทั้งนี้ อดีต สส.น้ำ ยืนยันว่า นี่ไม่ใช่การจับผิดกองทัพ เพราะเรื่องที่กองทัพทำดีเพื่อประเทศก็ชื่นชม เพียงแต่อะไรที่ผิดปกติก็อยากให้กองทัพออกมาชี้แจง จะได้กระจ่าง และยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้ลงสมัคร สส. ฉะนั้น ไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้
ขณะที่ ผบ.เรือนจำ มณฑลทหารบกที่ 12 ชี้แจงว่า สิบเวรที่เข้าเวร วันนั้นพบความผิดปกติเมื่อเวลาประมาณ 18.13 น. พบผู้ต้องขังหมดสติ จึงรีบแจ้งเปิดประตูเรือนขัง ทำการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน มีการทำ CPR ไปจนถึงช่วงที่นำส่งโรงพยาบาล ยืนยันไม่ทราบเรื่อง "ช้อน" ว่ามาได้อย่างไร เพราะเท่าที่ดูผลการเอกซเรย์ก็ไม่พบว่ามี "ช้อน" อยู่ในร่างกาย และจริง ๆ แล้ว ก็ได้นัดหมายญาติเพื่อนำรูปถ่าย คลิปต่าง ๆ ให้ดูแล้ว ตอนนั้นทางญาติก็ไม่ติดใจอะไร
ทีมข่าวฯ เข้าไปพูดคุยกับ คุณย่าวัญเพ็ญ ที่เลี้ยงพลทหาร เพชรัตน์ มาตั้งแต่เด็ก ๆ จนถูกเรียกว่า "แม่" ระหว่างพูดคุยกัน จู่ ๆ คุณย่าก็เหมือนมีอาการคล้ายถูกวิญญาณเข้าสิง บอกว่าตัวเอง คือ "พลทหาร เพชรรัตน์" รู้สึกเสียใจเหลือเกินกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกจากปมการเสียชีวิตที่แพทย์ลงความเห็นว่า "หัวใจวายแบบคั่งเลือดจากกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ" แล้ว ที่ครอบครัวอยากให้หน่วยงานต้นสังกัดเร่งรัด คือ เงินเยียวยาตามสิทธิที่พลทหาร เพชรัตน์ สมควรจะได้รับ เพราะลำพังเงินช่วยเหลือค่าจัดงานศพประมาณ 20,000 บาท มันก็ไม่พอกับเงินที่ได้กู้ยืมมาประกอบพิธี
สำหรับการช่วยเหลือของทางกองทัพบกที่ผ่านมา ทางญาติ แจ้งว่า ได้รับเงินสวัสดิการสงเคราะห์สวัสดิการ 26,495 บาท
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงเรื่องนี้ถึง 2 รอบ หลัก ๆ ก็จะเป็นการไล่ไทม์ไลน์ระหว่างที่ "พลทหาร เพชรรัตน์" หมดสติ ในเรือนจำ มทบ. 12 มีกลุ่มเพื่อน "พลทหาร" ที่ถูกจำขังด้วยหลายนายเห็นเหตุการณ์ จึงรีบส่งโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ทันที ก่อนจะเสียชีวิต
ส่วนการพบ "ช้อนสั้น" อาจเกิดขึ้นในหลายกรณี แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นช้อนประจำตัวที่อาจติดอยู่ในกระเป๋าชุดที่สวมใส่ เพราะปกติพลทหารมักจะพกช้อนติดตัวไว้ในกระเป๋าเสื้อเป็นประจำอยู่แล้ว
กรณีนี้ การชันสูตรศพจะไม่สามารถตรวจพบได้ เนื่องจากขั้นตอนการชันสูตรพลิกศพจะกระทำการตรวจเฉพาะร่างกายและอวัยวะสำคัญ โดยไม่มีการตรวจเกี่ยวกับเสื้อผ้าหรือสิ่งของเครื่องใช้ประจำตัว จึงไม่ได้มีการบันทึกไว้ในรายงาน
กองทัพบก ยืนยันว่า หากญาติหรือครอบครัวรู้สึกไม่สบายใจ และกังวลสงสัยหน่วยงานต้นสังกัด ยินดีให้รายละเอียดและตอบคำถาม เพื่อคลี่คลายข้อสงสัย