ห้องข่าวภาคเที่ยง - ทหารกัมพูชาไม่มีแผ่ว ยังคงเดินหน้าจุดไฟเผาป่า หวังก่อกวนทหารไทย แม้หลักฐานจะชัด จนบางครั้งฝั่งกัมพูชาเองก็ได้รับผลกระทบ ก็ไม่มีท่าทีว่าจะเลิกพฤติกรรมนี้แต่อย่างใด
ทหารกัมพูชา เผาไม่เลิก
เริ่มที่คลิปนี้ 22.00 น.ของเมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็ว เข้าสู่พื้นที่ชมชุนบ้านโปยโวตต์ ตำบลจังหา อำเภอโอจเริว จังหวัดนทายมีชัย ของกัมพูชา ซึ่งอยู่ติดกับอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว แม้จะพยายามดับเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล ทั้งเปลวไฟ ทั้งกลุ่มควันลอยเต็มพื้นที่
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของทหารกัมพูชา ที่ป่วนไม่เลิก จุดไฟเผาป่าตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทหารกัมพูชาจงใจจุดไฟเผาป่า สร้างสถานการณ์ก่อกวนบริเวณชายแดนไทย ทำให้เปลวไฟลุกลามเกือบถึงรั้วลวดหนามบนฐานของไทยในแนวหน้า หวังยั่วยุทหารไทยในพื้นที่ดังกล่าว
โดยทหารกัมพูชาได้เฝ้าสังเกตการณ์ยาว ๆ จนถึงช่วง 03.30 น. ก็เริ่มจุดไฟเผาป่าอีกครั้ง รอบนี้กระแสลมแรง พัดพาเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว
โดยในคลิปทหารกัมพูชาไม่มีคำว่าสลด พูดคุยกับเพื่อนอย่างสนุกสนานว่า "เหลืออีกแค่ประมาณ 10 เมตร ไฟใกล้จะถึงฐานทหารไทยแล้ว" พร้อมกับหัวเราะอย่างสะใจ
จะมาอ้างว่าฝั่งไทยโยนความผิดก็ไม่ได้ เพราะมีหลักฐานชัด ๆ ให้เห็นมาโดยตลอด อย่างคลิปนี้ ตชด.กัมพูชา แอบสุ่มยืนดูไฟที่กำลังเริ่มลุกลามบนภูเขาพนมดงรัก หากจะบอกว่าฝั่งตนไม่ผิด แล้วทำไมเห็นไฟป่ากำลังเริ่มลุกไหม้ถึงไม่ยอมดับในทันที หรือที่ยืนดูเป็นการเช็กผลงานของตนเอง
หลักฐานชัดจากคลิปนี้ ทหารกัมพูชาเป็นคนโพสต์ด้วยตนเอง เมื่อเช้านี้ (23 ก.พ.) พร้อมแคปชัน "เช้านี้ มาดูผลงาน เศษเถ้าถ่านเป็นที่น่าพึ่งพอใจ"
แต่กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง ทหารกัมพูชาพลาดท่า ไฟที่จุดเองกับมือ กลับลุกลามเข้าสู่ฐานทหารกัมพูชาในแนวหน้า ที่ฝั่งอำเภอจอมกระสานต์ จังหวัดพระวิหาร ทหารกัมพูชาบางส่วนพยายามใช้น้ำสำรองในฐาน สาดเพื่อดับไฟ แต่ด้วยสภาพโดยรอบที่เป็นหญ้าแห้ง ยิ่งเป็นชนวนไฟเป็นอย่างดี สุดท้ายจนน้ำหมด ก็ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ ต้องหนีกันจ้าละหวั่น ต่างคนต่างเอาตัวรอดจากไฟป่าที่เป็นคนจุดด้วยตนเอง
ทหารกัมพูชานอกจากการก่อกวนแล้ว ภารกิจหลักของทุกวันก็คือ การตระเวนส่องความเคลื่อนไหวของฝั่งไทย อย่างคลิปนี้พากันมาส่องทหารไทยบนเนิน 350 มีการชี้ไม้ชี้มือให้เพื่อนดู แต่ด้วยจุดยุทธศาสตร์ไทยดีกว่า อยู่สูงกว่า จึงเห็นพฤติกรรมเหล่านี้หมดอย่างไม่คลาดสายตา
อีกหนึ่งภารกิจที่มองข้ามไม่ได้ของทหารกัมพูชา คือ การขุดคูเลตกลางสวนมะม่วงหิมมะพานต์ ในพื้นที่แนวหน้าที่ชายแดนบริเวณช่องซำแต คาดว่าเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ บางคนขุดกันจนหมดแรง บางคนถึงกับลงไปนอนบริเวณใกล้ ๆ
กองทัพบก ชี้แจงตอบโต้เฟกนิวส์ กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา หลังพบรายงานข่าวบิดเบือน ยืนยันไทยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด และไม่ได้ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ
ทบ.โต้เฟกนิวส์ ปมชายแดน ย้ำไม่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงตอบโต้กรณีมีรายงานข่าวในเพจเฟซบุ๊ก The New York Editorial อ้างว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และใช้กำลังเกินกว่าเหตุนั้น
ยืนยันว่า การบิดเบือนไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เป็นการรับฟังข้อมูลจากฝ่ายกัมพูชาเพียงด้านเดียว ยืนยันว่ากองทัพบกยึดถือ และปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด รวมทั้งไม่ได้ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ โดยยืนยันว่าไทยมุ่งเน้นเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ที่เป็นภัยคุกคามต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์
ส่วนกรณีที่อ้างว่าประชาชนกัมพูชาเกือบ 98,000 คน ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นนั้น เป็นข้อมูลเท็จ เพราะพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ในจังหวัดสระแก้ว ถูกกัมพูชาบุกรุกตั้งแต่อดีต มีอยู่รวมกัน ไม่เกิน 1,000 ครัวเรือน ในอดีตไทยเคยช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ แต่เมื่อสงครามจบ ชาวกัมพูชาไม่เดินทางกลับ จึงไม่ได้เป็นผู้พลัดถิ่น แต่ถือเป็นกลุ่มที่รุกล้ำอธิปไตยไทยมาอย่างยาวนาน
ทร.โต้กลับ ยันเรือประมงกัมพูชา รุกน่านน้ำไทย
ขณะที่กองทัพเรือ ออกมาตอบโต้ หลังฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าเจ้าหน้าที่ไทยรุกล้ำเข้าไปจับเรือประมงในน่านน้ำกัมพูชา
ล่าสุด กองทัพเรือ ยืนยันว่าการจับกุมเรือประมง พร้อมลูกเรือชาวกัมพูชา 3 คน เมื่อเช้าวานนี้ (22 ก.พ.) เกิดขึ้นในเขตอธิปไตยทางทะเลของไทย ฝั่งจังหวัดตราด รุกล้ำเข้ามาจากเส้นแบ่งเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา ประมาณ 2 ไมล์ทะเล
ลูกเรือชาวกัมพูชา สารภาพว่าได้รับจ้างจากนายทุนชาวกัมพูชา ให้ออกทำประมงด้วยกันหลายลำ อ้างว่าไม่ทราบว่าได้รุกล้ำเข้ามาในน่านน้ำไทย จึงนำเรือและผู้ต้องหาทั้งหมดกลับมาดำเนินคดี
โดยกองทัพเรือยืนยันว่า จะวางกำลังในพื้นที่ชายแดนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องชาวประมงไทย รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายในทะเลอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องอธิปไตย