ส่วนผู้ฝึกสอนคนใหม่ จะมีการวางแผนอย่างไร ต้องเป็นสิทธิของเขา ส่วนเด็กเก่าเรา ใครจะอยู่ใครจะไป หรือใครจะกลับบ้าน ให้ใช้ดุลยพินิจของตัวเองเลย ถ้าอยากอยู่หมอนทองก็อยู่ไป ใครที่ไม่อยากอยู่ อยากกลับบ้าน หรือหาทีมใหม่ก็เชิญ หรือใครจะตามโค้ชคนเก่าไปก็แล้วแต่เขา เราเปิดทางเลือกให้เขา 100% รวมกับผู้ปกครองด้วยว่า อยากไปทิศทางใด เส้นทางใดที่จะทำให้เกิดความสำเร็จได้ก็ไปทางนั้น
อ.สกล กล่าวต่อว่า สำหรับตัวเด็ก ตนได้มีการคุยมาตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว โดยเฉพาะรุ่นพี่ ก็บอกว่า ถ้าผลงานเรายังได้ไม่ถึงฝัน มันต้องมีอะไรที่ทำให้เรากระเตื้องขึ้น หรือกระตุ้นขึ้น ต้องฉีดดฮอร์โมนเข้าไปอีก เพื่อให้เด็กได้พบเป้าหมายที่สำคัญก็คือการเป็นแชมป์ ถ้าเรายังอยู่เหมือนเดิม ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD ปีนี้ เราไปไม่ถึงแน่นอน ทางที่ดีสุดเลยคือควรจะเปิดช่องทางให้กับบุคคลอื่น เข้ามาทำให้หมอนทองได้แชมป์
ชมคลิปย้อนหลัง : คลิก
สำหรับเด็กที่คิดว่าน่าจะตามตนไป ก็ประมาณสัก 80% ดูจากเด็ก ๆ แล้ว ความฝันเขา ไม่ได้ฝันแค่ชื่อโรงเรียน แต่เขาฝันถึงขนาดว่า อดีตโค้ชคนนี้เคยทำทีมเป็นแชมป์ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD มาหลายครั้งแล้ว เขาก็คิดว่า โหงวเฮ้งคงจะทำทีมเป็นแชมป์ได้อีก เขาก็จะตาม ว่า อาจารย์คนนี้แหละ สามารถที่จะทำให้เขาเป็นแชมป์ได้ในอนาคตข้างหน้าอีก เขาก็จะตามเราไป ส่วนคนที่จะแวะข้างทาง หรือจะพอแค่นี้ เราก็ไม่ว่ากัน ก็แล้วแต่เขา ในเรื่องความคิดความอ่านเราพยายามจะสอนเด็กให้เป็นในรูปแบบประชาธิปไตย ใครจะมาอยู่เหนือความคิดเราไม่ได้ ต้องเราคนเดียวเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจเลือกทางเดินของเราได้
อ.สกล ยังย้ำว่า ไม่ได้จะผันตัวไปคุมทีมฟุตบอลอาชีพ ไม่เคยคิดไต่เต้าไปถึงขนาดนั้น เพราะเราเป็นครูมาก่อน และสิ่งที่เรามองอยู่ทุกวันนี้คือ มองเด็ก ๆ มองเยาวชน เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญที่สุดในชีวิตเรา ถ้าเราสร้างเด็กไม่ได้ แล้วจะคิดสร้างผู้ใหญ่ได้อย่างไร ฉะนั้นก็ต้องสร้างเด็กให้กับรุ่นลูก ๆ หลาน ๆ แล้วก็เป็นโค้ช ทำทีมต่อไปดีกว่า เราจะไปฉกฉวยหรือจะไปแข่งขันกับใครก็คงลำบาก
ส่วนตอนนี้มีคนติดต่อเข้ามา 20-30 ทีม ซึ่งก็มีบางทีมที่ติดต่อพูดคุยได้ 70-80% แล้ว โดยเราจะดูว่าโรงเรียนนั้น ต้องเป็นโรงเรียนร้าง คือหมายถึงโรงเรียนที่ไม่มีทีมบอลที่มีมาตรฐานใด ๆ เลย หอพักก็ให้นกให้หนูอยู่ อะไรแบบนี้ เราก็จะไปอย่างนั้น และคนที่ดูแลเราได้ต้องไม่ขยับจากที่ ถ้าไม่เสียชีวิต คือคนที่ดูแลเราได้ จะต้องเป็นคนรู้จักกันทั้งพื้นที่ เป็นที่เคารพศรัทธาของคนทั้งประเทศ และความตายเท่านั้น ที่จะเอาเขาออกจากตรงนี้ไปได้ รวมถึง "ไม่มีผลประโยชน์กับทีมใด ๆ ทั้งสิ้น มีแต่ให้กับให้"
พร้อมกันนี้ อ.สกล ยังได้ทิ้งคำใบ้เอาไว้ว่า "เราวัดระยะทางแล้ว จากโรงเรียนหมอนทองวิทยา ไปสนามกีฬาแห่งชาติ (ศุภชลาศัย) ประมาณ 70 กม. แต่โรงเรียนนี้ประมาณ 50 กม." และ โรงเรียนนี้ก็อยู่ในวัดด้วย
สำหรับโรงเรียนที่จะไปนั้น ตนตั้งเป้าเอาไว้ว่า ภายใน 1 ปี ต้องเป็นแชมป์ในจังหวัดให้ได้ พอปีที่ 2 ต้องเป็นแชมป์ระดับภูมิภาค ส่วนปีที่ 3 ต้องเป็นแชมป์ระดับประเทศ และปีที่ 4 เราจะเดินทางเข้าสู่กระบวนการทีมชาติ
"คนอาจจะรู้จักคำว่า หมอนทอง คือผลไม้ไทย แต่ต่อไปคนจะรู้จักคำว่า แตงโม เป็นผลไม้ที่ราคาไม่แพง แต่แดงนะจ๊ะ" อ.สกล กล่าว
ทั้งนี้ อ.สกล ได้กล่าวถึงการอำลา ทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยา ด้วยว่า ไม่มีปัญหาอื่น เราจากกันด้วยความรัก ไม่มีอะไรต้องข้องจิตข้องใจกัน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เราก็จะคอยติดตามโรงเรียนหมอนทองวิทยา จะพาเด็กไปสู่ฝั่งฝันตามที่โค้ชคนเก่าตั้งเอาไว้ขนาดไหน ส่วนเราจะไปที่ใหม่ก็ต้องไปเพิ่มดีกรีตัวเองให้เข้มแข็งและดีขึ้น เพื่อพัฒนาทีมของตัวเองให้ดีขึ้น และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไปในอนาคต