เช้านี้ที่หมอชิต - 7 กิโลเมตร บนดอยแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน "ชี้เป็นชี้ตาย" กับภารกิจหามผู้ป่วยวิกฤตด้วยเปลไม้ไผ่ ลุยโคลน เพื่อนำส่งโรงพยาบาล
ช่วงเย็นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ชาวบ้าน "บ้านแม่ปอ" ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต้องช่วยกันหามผู้ป่วยวิกฤตด้วยเปลไม้ไผ่ ลัดเลาะเขา ระยะทาง 6-7 กิโลเมตร ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เพื่อไปบ้านแม่กองคา ที่มีรถฉุกเฉินเทศบาลตำบลแม่ยวม มารอรับ และส่งต่อไปโรงพยาบาลแม่สะเรียง ระยะทางอีก 35 กิโลเมตร
เหตุที่ชาวบ้านต้องเดินเท้าออกจากหมู่บ้าน เพราะก่อนหน้านี้มีฝนตกหนัก ทำให้พื้นผิวถนนเป็นดินโคลน รถไม่สามารถขึ้น-ลงเขาได้
ผู้ป่วย คือ นางลอยบอย ษมาจิตโอบอ้อม เป็นแม่ของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มีอาการอ่อนเพลียมา 2 วันจากโรคประจำตัว และทรุดหนักช่วงสาย ๆ ของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ชาวบ้านจึงช่วยกันแบกเปลหาม ลุยเส้นทางวิบากตามไหล่เขา และถึงโรงพยาบาลในช่วง 15.00 น. ทีมแพทย์พยายามทำ CPR แล้ว แต่ช่วยไม่ทัน เสียชีวิตลงในเวลา 18.00 น. วันเดียวกัน
เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านอุมโล๊ะ 1 ในผู้เข้าร่วมภารกิจนี้ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว "รอบนี้คนไข้ไปแล้วไม่ได้กลับ หมอช่วยไม่ทัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรก"
ฝากไปถึง กรมอุทยานฯ ว่า ในการประกาศพื้นที่เขตอุทยานฯ ขอให้ดูบริบทในพื้นที่ด้วย หลายหมู่บ้านที่เกิดก่อนการประกาศ ทำให้ท้องถิ่นเข้าไปพัฒนาอะไรไม่ได้ หรือการจะเสนอโครงการใด ๆ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะติด พรบ.อุทยานฯ ถ้าเป็นญาติคุณจะรู้สึกอย่างไร
เพจเฟซบุ๊กส่วนตัวของ นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เล่าถึงประสบการณ์ที่เคยลงพื้นที่ ระบุว่า แม้ระยะทางในแผนที่อาจดูไม่ไกล แต่ในความเป็นจริง "สภาพถนน" คือ อุปสรรคใหญ่และส่งผลกระทบโดยตรงต่อลมหายใจของชาวบ้าน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความยากจน แต่เป็นเรื่องของ "เส้นทางคมนาคม ที่ชี้เป็นชี้ตาย"
การจากไปของ "แม่ลอยบอย" ครั้งนี้ ต้องไม่เป็นเพียงตัวเลขในรายงาน แต่มันคือ "เสียงสะท้อน" ถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาเส้นทางในพื้นที่ห่างไกล
สำหรับพี่น้องบนดอย "ถนนที่ดีขึ้นเพียงกิโลเมตรเดียว" อาจหมายถึงอีก 1 ชีวิต ที่รอดกลับมหาหาครอบครัว สุดท้ายขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว "ษมาจิตโอบอ้อม" อย่างสุดซึ้ง