สนามข่าว 7 สี - เพื่อให้สิ้นความสงสัย ปริศนา "ช้อนสั้น" ในเถ้าอัฐิ "พลทหาร เพชรรัตน์" เมื่อวานจึงนัดกองทัพ และทีมแพทย์ มาเคลียร์ใจกับญาติ ในรายการ "มีเรื่องต้องคุย"
เคลียร์ข้อสงสัย "ช้อนสั้น" เถ้าอัฐิ "พลทหาร เพรชรัตน์"
นายวีระวุฒิ ลูกพี่ลูกน้อง เปิดใจเล่าต้นสายปลายเหตุที "่พลทหาร เพชรรัตน์" ต้องขออนุญาตลากิจเพิ่มอีก 4 วัน
จากเดิมที่เข้าใจว่า มีอุบัติเหตุบางอย่างเกิดขึ้นกับเจ้าตัว แต่จริง ๆ แล้วเกิดขึ้นกับพ่อของ "พลทหาร เพรชรัตน์" ที่ไปเก็บของเก่า แล้วถูกเหล็กแทงมือ ไม่มีใครพาไปส่งโรงพยาบาล
เจ้าตัว จึงต้องจึงต้องเป็นคนจัดการธุระนี้แทน
ซึ่งไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วมีการพูดคุยกันหรือไม่ เพราะถ้าดูจากข้อความในโทรศัพท์มือถือ จะเห็นว่า มีการส่งไลน์ไปขออนุญาตกับ "ผู้กอง" ยศ "ร้อยเอก" เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ปีที่แล้ว แต่ไม่ขึ้นคำว่า อ่านข้อความ หรือตอบกลับมาแต่อย่างใด
ส่วนเรื่องคำชี้แจง นอกจากที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อฯ ที่จังหวัดสมุทรปราการ ผบ.เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 ยังส่งข้อมูลไปให้กับ นางสาวนิชนันท์ วังคะฮาต อดีตผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรคประชาชน เพื่ออธิบายกระบวนการช่วยเหลือ โดยได้ส่งภาพ "เอ็กซเรย์" ร่างกายยืนยันให้เห็นว่า ไม่มี "ช้อน" ตกค้างอยู่ พร้อมกับไล่ไทม์ไลน์ การส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล ตามที่ได้เคยนำเสนอไปก่อนแล้ว
ปมคาใจทั้งหมดนี้ ครอบครัว "พลทหาร เพรชรัตน์" หอบเอาติดตัวมาที่ช่อง 7HD เพื่อรอที่จะพูดคุยในรายการ "มีเรื่องต้องคุย" ไล่เรียงกันทีละประเด็น
หัวข้อใหญ่คือเรื่อง "ช้อน" ไปอยู่ในเตาเผาร่างของ "พลทหาร เพรชรัตน์" ได้อย่างไร ซึ่งคนที่ตอบเรื่องนี้ได้กระจ่างที่สุด มี 2 คน คนหนึ่งก็คือ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์
อีกคน คือ นายแพย์กมล แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ดำเนินการผ่าชันสูตรศพ ชี้แจงกระบวนการผ่าร่าง มีการตรวจสอบทั้งในหลอดอาหาร และหลอดลม ยืนยันไม่พบ "ช้อนสั้น" ตามที่ญาติติดใจสงสัย
"คุณน้ำ" อดีต สส. พรรคประชาชน ให้ข้อมูลที่ได้รับเบาะแสจากเพจฯ ว่า มีพยานอย่างน้อย 3 คน พูดตรงกันว่า "พลทหาร เพรชรัตน์" ถูกคนในเรือนจำทำโทษด้วยการเตะเข้าที่หน้าอก แล้วหมดสติในครั้งที่ 2 ก่อนจะพาตัวออกมารักษา
เรื่องนี้ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก บอกว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทางกองทัพฯ เอง ก็ไม่ได้เชื่อรายงานจากต้นสังกัดที่มีการเสนอขึ้นมา จึงต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงในเรื่องนี้
ย้าย ผบ.เรือนจำ มทบ.12
เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ในกระบวนการสอบสวน กองทัพภาคที่ 1 ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีคำสั่งปรับย้าย ผบ.เรือนจำ มทบ.12 ไปช่วยราชการ บก.มทบ.12 (กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12) เป็นการชั่วคราวในระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม
ผลจากการเปิดพื้นที่ให้ญาติ และกองทัพ ได้เคลียร์ปมคาใจ ทำให้ตอนท้ายของรายการ ต่างเข้าใจตรงกัน และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการหาข้อสรุปให้กับเรื่องนี้
ส่วน "บิ๊กเล็ก" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พูดย้ำว่า กองทัพฯ ได้ชี้แจงแล้ว หากญาติยังติดใจสงสัย ก็พร้อมตรวจสอบให้ ถ้าพบกำลังพลกระทำผิด สั่งดำเนินการตามกฎหมายทันที ยืนยัน กองทัพยุคนี้ ผิดว่าไปตามผิด ไม่มีปกป้อง