ทลายขบวนการจัดหาบัญชีม้า ภาคอีสาน โทษหนัก จำคุกจริง

ทลายขบวนการจัดหาบัญชีม้า ภาคอีสาน โทษหนัก จำคุกจริง

View icon 29
วันที่ 24 ก.พ. 2569 | 11.08 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (24 ก.พ. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม จำนวน 3 ราย ได้แก่

1.นายวัชรภูมิ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ จ.350/2568 ลง 24 พ.ย.68  

2.นางสาววันวิสาข์ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ จ.351/2568 ลง 24 พ.ย.68  

3.นางสาวจิราภรณ์ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ จ.366/2568 ลง 9 ธ.ค.68 

หมายเหตุ นายวายุภัชร อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ จ.349/2568 ลง 24 พ.ย.68 - หลบหนี อยู่ระหว่างติดตามตัว ในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด มาตรา (10) พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566

โดยสามารถจับกุมได้ในพื้นที่ ต.ลำภู อ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู 

พฤติการณ์ สืบเนื่องด้วยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. ได้มีมาตรการให้ทุกหน่วยดำเนินการจับกุมหมายจับความผิดเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และให้มีการขยายผลเพื่อดำเนินคดีต่อไปยัง “คอกม้า” หรือผู้ชักชวนให้ผู้อื่น
เปิดบัญชีม้า กระทั่งเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการจับกุมกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์จัดหาบัญชีม้าในพื้นที่ จ.อุดรธานี 

จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวได้มีการจัดหาบัญชีม้าในพื้นที่ภาคอีสาน แล้วรวบรวมส่งไปยังสถานที่ซึ่งใช้เป็นจุดรวบรวมบัญชีม้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อเตรียมการลักลอบนำข้ามไปยังประเทศกัมพูชา 

พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. จึงได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรศักดิ์ นามเขต สว.กก.3 บก.ป. ทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวจนทราบว่า กลุ่มจัดหาบัญชีม้าในพื้นที่ภาคอีสาน มีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ดังนี้ กลุ่มจัดหาสมุดบัญชี บัตรกดเงินสด โทรศัพท์มือถือพร้อมเปิดใช้งานแอพธนาคาร ประกอบด้วย

1.นายวายุภัชร อายุ 25 ปี    
2.นายวัชรภูมิ อายุ 23 ปี 
3.นางสาววันวิสาข์ อายุ 22 ปี 

กลุ่มรับพัสดุปลายทาง ส่งต่ออุปกรณ์ไปยัง ประเทศกัมพูชา โดย นางสาวจิราภรณ์ อายุ 28 ปี ชุดสืบสวน กก.3 บก.ป. ได้ดำเนินการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานจากกลุ่มชาวบ้าน (เด็ก, คนแก่) ในพื้นที่ อ.เมืองหนองบัวลำภู ที่ต้องการเงินใช้ในชีวิตประจำวัน เปิดบัญชีธนาคาร สแกนหน้าผ่านแอพพลิเคชั่นธนาคารผ่านเครื่องโทรศัพท์มือถือ ส่งมอบให้กับกลุ่มผู้ต้องหาโดยที่ไม่ทราบว่า บัญชีของตนจะนำไปใช้ 

เพื่ออะไร จะมีความผิดตามมาหรือไม่ โดยได้ค่าตอบแทนเป็นเงินเพียง 1,000-1,500 บาท เท่านั้นเอง จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มผู้ต้องหาต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู 

เมื่อ 24 พ.ย.2568 ศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ได้อนุมัติหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว ในฐานความผิด “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก  บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด มาตรา (10) พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566” เจ้าพนักงานตำรวจได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาล นำตัวส่ง พงส.สภ.เมืองหนองบัวลำภู ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กระทั่งวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ได้มีคำพิพากษากลุ่มผู้ต้องหา ดังนี้

1.นายวัชรภูมิ รับสารภาพ ลงโทษ จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา
2.นางสาววันวิสาข์ รับสารภาพ ลงโทษ จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา
3.น.ส.จิราภรณ์ ปฏิเสธ
4.นายวายุภัชร หลบหนี อยู่ระหว่างติดตามตัว

เตือนภัย สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีผู้ชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารแล้วขาย/ให้เช่า โดยอ้างว่าได้เงินจริงง่ายๆ แต่ความจริงคือเสี่ยงติดคุกและมีประวัติอาชญากรรมทันที อย่าให้ใครใช้บัญชีธนาคารของตนเด็ดขาด 

อย่าถ่ายรูปบัตรประชาชน/สมุดบัญชีส่งให้คนแปลกหน้า หากเผลอเกี่ยวข้อง รีบแจ้งธนาคารและแจ้งความทันที

ทั้งนี้ จากแผนประทุษกรรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. เชื่อว่ายังคงมีขบวนการในลักษณะเดียวกันนี้ดำเนินการอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และจะดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง