อัยการคดีพิเศษ ยัน ยื่นคำร้องยึดทรัพย์ทนายตั้มตามกรอบเวลา จ่อยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันหลังศาลยกคำร้อง
วันนี้ (24 ก.พ.69) นายสุเทพ เยี่ยมศิริ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 เปิดเผยถึงกรณีศาลแพ่งยกฟ้อง ไม่ให้ทรัพย์ที่ยึดจาก นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ตกเป็นของแผ่นดินว่า ทรัพย์ที่ถูกยึดมี 2 ส่วน ส่วนแรกคือคดีหมายเลขดำที่ ฟ26/2568 อัยการรับสำนวนมาเมื่อเดือน ก.พ.68 และได้ยื่นไต่สวนคำร้องเมื่อ 10 มี.ค.68 ทรัพย์สินเป็นเงินในบัญชีธนาคาร บ้านพักอาศัย และที่ดิน รวมมูลค่ากว่า 71 ล้านบาท
ส่วนที่สอง คดีหมายเลขดำที่ ฟ145/2568 ซึ่ง ปปง.ส่งมาให้อัยการเมื่อ 30 ก.ค.68 เป็นทรัพย์สินส่วนตัว 23 รายการ เช่น กระเป๋าแบนรด์เนม และโน้ตบุ๊ก ที่ตรวจยึดได้ภายในบ้าน มูลค่ากว่า 2.6 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ ปปง. ได้ดำเนินการยึดทรัพย์มา 2 ครั้ง แต่ในชั้นอัยการได้นำมารวมเป็นคดีเดียวกัน เนื่องจากมีมูลเหตุจากความผิดเดียวกัน คือข้อหาฉ้อโกง น.ส.จตุพร หรือ เจ๊อ้อย ยืนยันว่าการยึดทรัพย์ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรักษาทรัพย์ไว้คืนให้ผู้เสียหาย ไม่ใช่เพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน ในส่วนของคดีอาญาก็ต้องไปต่อสู้กันในเรื่องของ "ให้โดยเสน่หา"
นายสุเทพ ยืนยันว่า อัยการไม่ได้เร่งยื่นคำร้องเร็วเกินไป เพราะกฎหมายบังคับว่าต้องยื่นภายใน 90 วัน หลังจากวันที่ยึดทรัพย์มา โดยมูลฐานความผิดคดีอาญาและคดีแพ่งเป็นคนละส่วนกัน หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะไปคัดสำเนาคำพิพากษาเพื่อตรวจสอบเหตุผลอย่างละเอียด หากเห็นว่าเหตุผลของศาลขัดกับข้อกฎหมายหรือพยานหลักฐาน ก็จะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันตามขั้นตอนกฎหมาย