กรมควบคุมโรค เตือนกินเนื้อหมูดิบ เลือดหมูปรุงไม่สุก เมนูลาบ หลู้ ก้อย ปิ้งย่าง ป่วยโรคไข้หูดับ พบเสียชีวิตแล้ว 3 ราย ขณะที่มีผู้ป่วยทุกภาค 49 ราย ทั้งกรุงเทพและปริมณฑล แนะเช็กอาการเสี่ยงรีบพบแพทย์ ก่อนเสียชีวิต-พิการถาวร
วันนี้ (24 ก.พ.69) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคไข้หูดับว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 10 ก.พ.69 จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา พบผู้ป่วย 49 ราย (อายุระหว่าง 5 – 90 ปี) มีผู้เสียชีวิตสะสม 3 ราย เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงที่สุด ได้แก่ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมา คือ อายุ 50 – 59 ปี และ 40 – 49 ปี ตามลำดับ จังหวัดที่มีผู้ป่วยมากที่สุด คือ จังหวัดนครราชสีมา รองลงมา คือ แพร่ ชลบุรี ชัยภูมิ และสุรินทร์ ตามลำดับ โดยมีปัจจัยเสี่ยง คือ การมีประวัติรับประทานเนื้อหมู หรือเลือดหมูที่ปรุงไม่สุก เช่น ลาบดิบ หลู้ ก้อย พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการรับประทานเนื้อหมูดิบ รวมถึงการประกอบอาชีพหรือการชำแหละเนื้อหมูโดยไม่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลหรือรอยถลอกบริเวณมือ ทั้งนี้ กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับแข็ง เบาหวาน ไตวาย มะเร็ง หรือผู้ที่ถูกตัดม้าม มีโอกาสที่อาการของโรคจะรุนแรงและเสียชีวิต
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ พบแนวโน้มการกระจายตัวของโรคเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยในช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 10 ก.พ.68 พบผู้ป่วยใน 19 จังหวัด จำนวน 36 ราย ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปี 2569 พบผู้ป่วยกระจายตัวถึง 28 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครราชสีมา แพร่ ชลบุรี ชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด สกลนคร อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ตาก อ่างทอง ลพบุรี สิงห์บุรี ระยอง ปราจีนบุรี ศรีสะเกษ ยโสธร หนองคาย แม่ฮ่องสอน สุโขทัย พิจิตร เพชรบูรณ์ ราชบุรี และพังงา รวมจำนวน 49 ราย
ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเน้นย้ำถึงอาการและการเฝ้าระวังว่า อาการของผู้ป่วยโรคไข้หูดับ มักจะปรากฏภายใน 3 วันหลังจากได้รับเชื้อ เริ่มจากมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ปวดตามข้อ มีจ้ำเลือดตามตัว ตามผิวหนัง ซึม คอแข็ง ชัก เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและลุกลามไปยังเยื่อหุ้มสมองจะทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดอันตราย เนื่องจากเยื่อหุ้มสมองอยู่ใกล้กับประสาทหูชั้นในทั้งสองข้าง เชื้อจึงสามารถลุกลาม ทำให้หูตึง หูดับจนกระทั่ง หูหนวก และเดินเซตามมาได้ อาการทั้งหมดนี้ จะเกิดขึ้นภายใน 14 วัน หลังจากเริ่มมีอาการไข้ หากมีอาการดังกล่าวให้รีบเข้ารับการรักษาเพื่อป้องกันผลแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การเสียชีวิตหรือพิการถาวร และหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที ผู้ป่วยจะสูญเสียการได้ยิน และอาจเสียชีวิตในเวลาต่อมา
กรมควบคุมโรคจึงขอเน้นย้ำการป้องกันตนเอง เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อหมูดิบหรือไม่สุก ไม่บริโภคหมูป่วยหรือหมูที่ตายจากโรค และเลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับหมู ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น รองเท้าบูทและถุงมือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสหมูเมื่อมีบาดแผล พร้อมล้างมือ ล้างเท้า หรืออาบน้ำให้สะอาดหลังสัมผัสหมู และดำเนินการกำจัดเชื้อภายในฟาร์มตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดความเสี่ยงการเกิดโรค ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422