รักสามเส้า ! ชนทับสามี-ภรรยา จ.สมุทรปราการ

View icon 22
วันที่ 25 ก.พ. 2569 | 07.06 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - คดีที่อดีตแฟนขับรถกระบะตู้ทึบทับหญิงที่เพิ่งเลิกรา เสียชีวิตพร้อมสามี แล้วบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ สุดท้ายมีหลักฐานมัดตัว แต่รับแค่ว่าตั้งใจชน ไม่มีเจตนาให้ถึงชีวิต

นี่เป็นคำรับสารภาพของ "นายกฤษฎา" ผู้ก่อเหตุ ขับรถกระบะตู้ทึบ พุ่งชนสามี-ภรรยาที่ขี่รถจักรยานยนต์บนถนนเทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ เสียชีวิตทั้งคู่

ตอนแรกทุกคนคิดว่าเป็นอุบัติเหตุปกติ แต่ทันทีที่น้องสาวของฝ่ายหญิงที่เสียชีวิตมาถึงจุดเกิดเหตุ และเห็น "นายกฤษฎา" น้องสาวก็มีอารมณ์เดือดพล่าน โมโห ร้องไห้ ด้วยความแค้นเคือง เพราะ "นายกฤษฎา" เป็นอดีตแฟนเก่าของพี่สาว ถึงขนาดทนไม่ไหว ตะโกนด่าว่า ทำกับพี่สาวแบบนี้ทำไม มั่นใจเลยว่าตั้งใจชนให้รถล้ม เพื่อหวังเอาชีวิต

ตอนนั้นเจ้าตัวปฏิเสธเสียงแข็ง บอกว่าเป็นอุบัติเหตุ เพราะหักรถหลบรถจักรยานยนต์อีกคันที่ขี่ตัดหน้า

แล้วความจริงก็ปรากฏ ทั้งพยานบุคคล และพยานจากกล้องวงจรปิด ทำให้ผู้ก่อเหตุถึงกับยอมจำนน

แต่ก็ไม่เชิงรับสารภาพทั้งหมด ยืนยันว่า ก่อนเกิดเหตุ อดีตแฟนสาวติดต่อให้ไปรับที่หน้าคอนโดมิเนียม จึงขับรถไปจอดรอ และถ่ายภาพส่งให้ดู เพื่อยืนยันว่ามาถึงแล้ว แต่เมื่อโทรศัพท์ไปกลับไม่รับสาย ส่งข้อความก็ไม่อ่าน จึงตั้งใจจะขับรถกลับ

กระทั่งพบอดีตแฟนสาวนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับสามี จึงเร่งเครื่องขับตาม และประกบข้าง พร้อมตะโกนให้จอดคุยกัน แต่อดีตแฟนสาวไม่ยอมจอด นาทีนั้นจึงตัดสินใจขับรถชนให้รถล้ม เพื่อหวังที่จะให้หยุดมาคุยกัน ไม่ต้องการชนให้ถึงตาย

ผู้ก่อเหตุจะให้การยังไงก็ถือเป็นสิทธิ์ เพราะตำรวจอ้างอิงกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ เราจะไล่ภาพไปพร้อม ๆ กัน

จะเห็นว่า กล้องตัวแรก บริเวณริมถนนเทพารักษ์ ก่อนถึงทางเข้า-ออกคอนโดมิเนียม บันทึกเวลา 21.39 น. ผู้ก่อเหตุขับมาจอดริมถนนในลักษณะดับไฟหน้า คล้ายเฝ้ารอ

เวลา 21.42 น. กล้องอีกมุมหนึ่ง จับภาพผู้เสียชีวิตและสามี ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากซอย จากนั้นเพียงไม่กี่วินาที ผู้ก่อเหตุก็ขับรถกระบะตู้ทึบติดตามไปอย่างรวดเร็ว

กล้องตัวที่ 3 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน จับภาพจังหวะที่รถกระบะพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ได้อย่างชัดเจน และภาพทั้งหมดอยู่ระหว่างการรวบรวมเข้าสำนวนการสอบสวน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ

ส่วนผลการตรวจร่างกาย ไม่พบแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด แต่พบสารเสพติด และพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการเปลี่ยนข้อหาจากขับรถโดยประมาทฯ เป็นเจตนาฆ่าฯ และมีสารเสพติดในร่างกาย หลังจากที่คุมตัวครบ 48 ชั่วโมงแล้ว การทำสำนวนยังไม่แล้วเสร็จ ก็จะนำตัวไปฝากขังเป็นผัดแรกก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง