เช้านี้ที่หมอชิต - หลัง "ทนายตั้ม" ถูกควบคุมตัวในเรือนจำ จากคดีที่ถูก "มาดามอ้อย" แจ้งความเอาผิดฐานฉ้อโกง และฟอกเงิน 4 ครั้ง ความเสียหายประมาณ 102 ล้านบาท เมื่อวาน ศาลแพ่งสั่งยกคำร้องไป 1 คดี
ศาลแพ่งฯ ยกคำร้อง คดีที่อัยการพิเศษ 2 สำนักงานอัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สิน 26 รายการของ "ทนายตั้ม" และภรรยา มูลค่ากว่า 74 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน หลัง ปปง. ยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีฉ้อโกง นางจตุพร อุบลเลิศ หรือ "มาดามอ้อย" ศาลฯ ให้เหตุผลว่า พยานฝ่ายผู้ร้องมีเพียงปากเดียว คือ เจ้าหน้าที่ ปปง. ไม่ได้เป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์โดยตรง เป็นเพียงผู้รวบรวมเอกสารจากสำนวนสอบสวนของตำรวจ อีกทั้งโจทก์ไม่ได้นำผู้เสียหาย หรือพนักงานสอบสวน มาเบิกความยืนยันต่อศาลฯ
ส่วน "ทนายตั้ม" และภรรยา ให้การปฏิเสธ นำหลักฐานโต้แย้ง ยืนยันไม่ได้มีการชักชวนหลอกลวง มาดามอ้อย มาลงทุนทำแอปฯ ขายสลากออนไลน์ เงิน 71 ล้านบาท ได้มาโดยเสน่หา ศาลฯ จึงยกคำร้อง สั่งให้คืนทรัพย์สินทั้งหมดแก่เจ้าของ
เมื่อมีข่าวศาลฯ ยกฟ้อง "อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์" ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน หนึ่งในกุนซือในคดี ตั้งโต๊ะแถลงข่าวทันที สรุปว่า ศาลแพ่งยกคำร้องเพราะหลักฐานยังไม่พอ ฟังได้ว่ามีพฤติการณ์ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ยอมรับว่า ปัญหาอยู่ที่การสืบพยานแค่ปากเดียว ไม่ได้สืบพยาน "มาดามอ้อย" ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยตรง มั่นใจว่าคดีนี้ไม่มีผลต่อคดีอาญา โดยเฉพาะคดีหลักที่ยังไม่ได้เริ่มสืบพยาน จึงไม่อยากให้รีบด่วนสรุปว่า "ทนายตั้ม" จะพ้นผิด
ที่บอกว่าคดีหลักอย่าเพิ่งมั่นใจว่าจะรอด ยกตัวอย่าง คดีเงิน 39 ล้านบาท ที่มี นายนุ และ นางสาวสา เป็นจำเลยด้วย ทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับทนายตั้มสร้างหลักฐานเท็จ เรื่องถูกดูดเงินคริปโตฯ ขึ้นมาจริง
คดีนี้ ศาลฯ พิพากษาว่ามีความผิด และทั้ง 2 คน ได้นำเงิน 19 ล้านบาท มาชดใช้คืนเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2568 ส่วนต่างรถเบนซ์ ก็มีพนักงานบริษัทรถยนต์ ยอมรับว่า ออกใบเสร็จเกินราคาจริง ตามที่ "ทนายตั้ม" ร้องขอ
ส่วน "มาดามอ้อย" จากการพูดคุยสอบถาม เจ้าตัวบอกว่า สบายใจขึ้น หลังได้รับเงินคืนมาแล้ว 19 ล้านบาท เรื่องที่ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์สิน ไม่ได้เป็นเงื่อนไขหลักในการให้ประกันตัวคดีอาญา จึงไม่ได้กังวลเรื่องที่ ทนายตั้ม จะได้รับการประกันตัวหรือไม่