เช้านี้ที่หมอชิต - วานนี้ (24 ก.พ.) เป็นวันแรกที่สหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในอัตรา 15% ทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลไทยต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบกับการส่งออก
รัฐบาลเตรียมประเมินสถานการณ์ หลัง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ งัดมาตรการภาษี มาตรา 122 เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกเป็น 15% และเริ่มส่งสัญญาณกระทบการค้าโลกเริ่มเมื่อวานวันแรก
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุม ครม. เมื่อวาน พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ในระยะสั้นถือว่าไทยได้ประโยชน์ เพราะว่าเดิมเราได้อัตราภาษีที่ 19 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งยืนยันว่าไม่ต้องเจรจาภาษีรอบใหม่ เพราะสหรัฐฯ ได้กำหนดราคาสินค้ามาแล้ว ซึ่งบางสินค้าได้มีการยกเว้นให้
เช่นเดียวกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ถือเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น เพราะช่วยให้ความสามารถแข่งขันของไทยกลับมาใกล้เคียงกับคู่แข่ง จากเดิมบางประเทศถูกเก็บเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนไทยเคยสูงถึง 19 เปอร์เซ็นต์
ซึ่ง "นายกฯ อนุทิน" สั่งทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมตั้งทีมเร่งผลักดันการส่งออกในช่วง 2 เดือนแรก และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเร่งปลดล็อกข้อกฎหมาย เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ