วันนี้ (25 ก.พ. 69) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา
1.นาย เน มิน เลท อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 1 ล่ามแปล
2.นาง มิคาเซ อายุ 41 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 2 ล่ามแปล
3.นาง เซเซซอ อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 3
4.นาง นะทีซอ อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 4
5.นาง ปาเมียตู อายุ 20 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 5
6.นาง เอเนียตู อายุ 20 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 6
7.นาย ชางเมียอุย อายุ 22 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 7
8.นาย อุยเพียปา อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 8
ในข้อกล่าวหา
1.รู้ว่าแรงงานเถื่อนคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้แรงงานเถื่อนนั้นพ้นจากการจับกุม
2.ผู้ถูกจับที่ 2 – 8 “เป็นแรงงานเถื่อนเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมของกลาง
1.รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล สีน้ำเงิน ติดแผ่นป้ายทะเบียน จ.เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)
2.รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียนจ. ลำพูน จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 2 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)
3.โทรศัพท์มือถือ สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 1)
4.โทรศัพท์มือถือ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 2)
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณ กม.38-39 ถนนพหลโยธิน (ขาเข้า) ทล.1 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง
จ.ปทุมธานี
พฤติการณ์แห่งคดี ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การสั่งการของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดกวดขันจับกุมบุคคลเถื่อนหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่อาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. จึงเร่งสืบสวนและเฝ้าระวังในพื้นที่ จ.ปทุมธานีอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับข้อมูลว่าจะมีการลักลอบลำเลียงแรงงานเถื่อนเข้ากรุงเทพมหานคร
ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ ลักษณะติดฟิล์มมืดทึบ มีเหตุอันควรสงสัย ขับผ่านบริเวณถนนพหลโยธิน เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดง พร้อมใช้สัญญาณเสียงและประกาศคำสั่งผ่านไมโครโฟนให้หยุดรถ
กระทั่งสามารถเรียกตรวจได้ที่กิโลเมตรที่ 38–39 ถนนพหลโยธิน (ขาเข้า) ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่แสดงตนเข้าตรวจสอบ พบผู้ขับขี่ทราบชื่อภายหลังคือ นาย เน มิน เลท อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมผู้โดยสารภายในรถอีก 7 คน
จากการตรวจสอบไม่พบหนังสือเดินทางหรือเอกสารใดใช้แทนหนังสือเดินทางแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จากการสอบสวน ผู้ขับขี่ยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายไม่ทราบชื่อให้ไปรับแรงงานเถื่อน 7 คน จาก จ.นครสวรรค์ เพื่อนำส่งกรุงเทพมหานคร
โดยเรียกเก็บค่าโดยสารคนละ 1,000 บาท ทั้งที่ทราบดีว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย และเคยกระทำลักษณะนี้มาแล้วประมาณ 2 ครั้ง
ส่วนผู้โดยสารทั้ง 7 คน ให้การผ่านล่ามภาษาเมียนมาว่า ได้ลักลอบเดินทางโดยเรือข้ามแดนจากฝั่งประเทศเมียนมา เข้าทาง อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อมาหางานทำในประเทศไทย และได้จ่ายเงินให้นายหน้า แต่ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารอนุญาตแต่อย่างใด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา
ผู้ต้องหาที่ 1: ให้ที่พักพิง ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือแรงงานเถื่อนที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม
ผู้ต้องหาที่ 2–8: เป็นแรงงานเถื่อนเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ตำรวจทางหลวงยืนยันจะเดินหน้าปราบปรามการลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของสังคมต่อไป