ห้องข่าวภาคเที่ยง - ไปดูชาวบ้านตามแนวชายแดน ล่าสุดที่มีการยิงลูกระเบิด ชาวบ้านบางที่เริ่มผวา เตรียมอพยพ ชาวบ้านบางจุดยังนิ่ง ๆ แต่ไม่ประมาท มีการเตรียมความพร้อมเหมือนกัน
ชาวบ้านไม่ประมาท เตรียมพร้อมหากมีปะทะอีกรอบ จ.ศรีสะเกษ
เริ่มกันที่จังหวัดศรีสะเกษ หลังเมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) มีเหตุการปะทะที่พลาญหินแปดก้อน อำเภอกันทรลักษณ์ ทหารกัมพูชายิงปืน ค. ใส่ฝั่งไทย ใกล้จุดที่ทหารไทยกำลังลาดตระเวน ไทยได้ตอบโต้ตามกฎการใช้กำลัง ด้วยปืนเล็ก M-79 ป้องกันตัวเอง ไร้คนเจ็บ ซึ่งสามารถคุมสถานการณ์ได้
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หมู่บ้านชายแดน พบว่าชาวบ้านยังใช้ชีวิตตามปกติ ยังไม่มีการแตกตื่น หรือ อพยพออกจากพื้นที่แต่อย่างได้ โดยผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นายรักษ์สกุล อายุ 70 ปี เปิดเผยว่า หลังรู้ข่าวว่ามีเหตุการณ์ที่กัมพูชายิงปืน ค. ใส่ฝั่งไทย เมื่อวานนี้ ส่วนตัวตนรู้สึกเฉย ๆ เพราะเคยผ่านเหตุการณ์การปะทะที่หนักหนามาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังห่วงชาวบ้านที่ต้องไปทำสวนทำไร่ติดกับชายแดน
ชาวบ้านทำงานเก็บเงิน หวั่นอพยพรอบ 3 จ.สุรินทร์
ขณะที่จังหวัดสุรินทร์ บ้านโคกไทร หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านจาน อำเภอสังขะ นี่เป็นภาพขณะที่ชาวบ้านกำลังรับจ้างบรรจุขี้เลื่อยเพาะเห็ด เพื่อเก็บเงินสำรองหวั่นอพยพรอบ 3 หลังยิ่งปืน ค. ใส่ทหารไทย ทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียด ชาวบ้านบอกว่าอย่าง
น้อยการรับจ้างยังมีรายได้เก็บไว้ พอช่วยประคับประคองค่าใช้จ่ายในครอบครัว และมีเงินเก็บสำรองไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน
ชาวบ้านผวาคลังแสงระเบิด เตรียมอพยพรอบ 3 จ.บุรีรัมย์
ขณะที่จังหวัดบุรีรัมย์ ชาวบ้านในพื้นที่ตามแนวชายแดนต่างไม่มีความมั่นใจ และจับกลุ่มคุยกันถึง กรณีการระเบิดภายในคลังอาวุธของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 เมื่อวานนี้ ซึ่งชาวบ้านมองว่าอาจเป็นฝีมือของทหารสายลับจากกัมพูชา ตอนนี้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนต่างไม่มีความมั่นใจ เพราะตลอดเวลายังคงเห็นโดรนบินว่อนทั่วท้องฟ้าเป็นประจำ ตอนนี้เริ่มมีการเตรียมตัว เผื่อมีการอพยพรอบ 3
หลังไทยตอบโต้ กัมพูชายิงไทย สถานการณ์ชายแดน “นิ่ง”
หลังจากมีการยิงระเบิดขนาด 40 มิลลิเมตร เข้ามาใกล้ชุดลาดตระเวนของทหารไทย บริเวณพลาญหินแปดก้อนไทย จังหวัดศรีสะเกษ และกองทัพตอบโต้ตามกฎการปะทะ เพื่อเป็นการเตือนและป้องกันตนเองคุ้มครองความปลอดภัยของกำลังพลและพื้นที่รับผิดชอบ เพิ่มมาตรการเฝ้าติดตาม และกองทัพภาคที่ 2 ได้มีการประสานงานระหว่างผู้บังคับบัญชาของทั้งสองฝ่ายเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และเน้นย้ำการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงให้กำลังพลในพื้นที่ทราบและยึดถือปฏิบัติ
พบทุ่นระเบิดอีก 9 ทุ่น ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สุรินทร์
แต่ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ชุดตรวจค้นและทำลาย หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 4 สนับสนุนกองร้อยทหารราบที่ 233 เข้าดำเนินการตรวจพื้นที่ปลอดภัย ระหว่างฐานปฏิบัติการสหายศึก และฐานปฏิบัติการช่องปลดต่าง อำเภอกาบเชิง ได้พื้นที่ปลอดภัย จำนวนทั้งสิ้น 1,734 ตารางเมตร และยังตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเพิ่มอีก จำนวน 9 ทุ่น ที่กองทัพเดินหน้าเก็บกู้ต่อเนื่อง เพื่อคืนความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา