องค์กรพิทักษ์สิทธิสัตว์ PETA โวย สวนสัตว์อิชิกาวะ ประเทศญี่ปุ่น อย่าปล่อยให้เจ้า “พันช์คุง” ลูกลิงหิมะญี่ปุ่นติดตุ๊กตา กลายเป็น “หมูเด้ง” ตัวใหม่ ลั่นชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ไม่เป็นผลดีต่อสัตว์ที่ถูกกักขัง
วันนี้ (25 ก.พ. 69) หลังจากที่เจ้า “พันช์คุง” (Punch-kun) ลูกลิงหิมะญี่ปุ่นวัยเพียง 6 เดือนกว่า ที่กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก จากภาพกอดตุ๊กตาอุรังอุตังไว้ตลอดเวลา ในสวนสัตว์อิชิกาวะของประเทศญี่ปุ่น โดยสาเหตุมาจากแม่ของ “พันช์คุง” ปฏิเสธการเลี้ยงลูก ทำให้ถูกแม่ทอดทิ้ง เรื่องราวของนี้สะท้อนทั้งความน่ารัก และความโดดเดี่ยว จนผู้คนทั่วโลกต่างพากันเอ็นดู
ล่าสุด ทางองค์กรพิทักษ์สิทธิสัตว์ People for the Ethical Treatment of Animals หรือ “PETA” ได้ออกมาประณามสวนสัตว์อิชิกาวะ และระบุว่าอย่าปล่อยให้ “พันช์คุง” กลายเป็น “หมูเด้ง” ตัวใหม่
โดย PETA ระบุว่า มีผู้คนต่อแถวยาวเหยียดอย่างมากเพื่อจะมาดู “พันช์คุง” ผู้โดดเดี่ยว แต่สิ่งที่ผู้ชมได้เห็นนั้นไม่ใช่ความน่ารักหรือความน่าเอ็นดู แต่คือภาพที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตทางอารมณ์ที่ซับซ้อนของลิงน้อยตัวหนึ่งที่กำลังเผชิญกับการสูญเสีย การถูกปฏิเสธ และความโดดเดี่ยวที่เจ็บปวด
เจ้า “พันช์คุง” ไม่ใช่สัตว์ตัวแรกที่ถูกเอาเปรียบและกลายเป็นสตาร์ในโซเชียลมีเดีย ก่อนหน้านี้เราก็เคยเห็นมาแล้วว่าความเป็นที่สนใจแบบนี้สามารถสร้างความเสียหายให้กับสัตว์ได้มากยิ่งขึ้น อย่างกรณีเมื่อปี 2567 เจ้า “หมูเดง” ลูกฮิปโปโปเตมัสแคระ ที่กลายเป็นสตาร์โด่งดังไปทั่วโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดภาพวาด รูปปั้น เสื้อยืด หมวก สติกเกอร์ติดรถ และแม้แต่การแสดงตลกในรายการ แต่ชีวิตของ “หมูเด้ง” ในสวนสัตว์ที่ไม่ได้รับการรับรองในประเทศไทยนั้นห่างไกลจากความน่าดู ฝูงชนที่โหวกเหวกโวยวายตะโกนและขว้างปาสิ่งของใส่ “หมูเด้ง” ทั้งวัน และ “หมูเด้ง” ไม่มีที่ให้หลบซ่อนแถมมีน้ำให้ว่ายน้ำน้อยมาก หลังจากกระแส “หมูเด้ง” ในโลกออนไลน์เบาลง แถวรอเข้าชมก็หายไป และ “หมูเด้ง” ก็ยังคงถูกขังอยู่ในหลุมที่แห้งแล้งเหมือนเดิม
เจ้า “พันช์คุง” เป็นสัตว์ตระกูล “ไพรเมต” นั้นเป็นสัตว์ที่ฉลาด มีสังคมสูง และมีอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้ง การอาศัยในป่าที่เป็นถิ่นกำเนิดของลิงหิมะญี่ปุ่นนั้น พวกมันอาศัยอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ที่ผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น สร้างความผูกพันทางสังคมที่ซับซ้อนผ่านการดูแลขน การเล่น และการหาอาหารร่วมกัน ลูกลิงหิมะญี่ปุ่นจะอยู่กับแม่ประมาณ 1 ปี เรียนรู้วิธีเอาตัวรอดและสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน พฤติกรรมเหล่านี้มีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดีทางอารมณ์และจิตใจของลิงหิมะญี่ปุ่น ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะเข้ามาชมเล่น ๆ เพื่อความบันเทิงเท่านั้น
สถานที่ที่แสวงหาประโยชน์จากสัตว์มักใช้ลูกลิงอย่าง “พันช์คุง” เป็นเครื่องมือเพิ่มยอดขายบัตรการเข้าชม แต่การได้รับความสนใจเพียงชั่วคราวกลับเป็นผลเสียต่อตัวสัตว์เอง การถูกรบกวนจากนักท่องเที่ยวที่ส่งเสียงดังพยายามถ่ายรูปหรือกระตุ้นให้สัตว์แสดงปฏิกิริยาตอบโต้เป็นสิ่งที่สร้างความเครียดอย่างมากให้กับสัตว์ และในกรณีของ “พันช์คุง” มันยังอาจรบกวนกระบวนการปรับตัวเข้ากับลิงตัวอื่น ๆ ที่ยากอยู่แล้วให้ยากเข้าไปอีก
และสุดท้าย “พันช์คุง” ก็จะเหมือนกับ “หมูเด้ง” ที่ผู้คนหมดความสนใจ และหลังจากนั้น “พันช์คุง” อาจต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในกรงที่น่าหดหู่ แม้ว่า “พันช์คุง” จะผูกพันกับลิงตัวอื่น ๆ ในสวนสัตว์อิชิกาวะได้แล้ว แต่ “พันช์คุง” ก็จะไม่มีวันได้สัมผัสอิสรภาพในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ ที่ซึ่ง “พันช์คุง” จะได้ปีนป่าย หาอาหาร และสำรวจป่าอันกว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์
ทั้งนี้ PETA ระบุว่า “พันช์คุง” ไม่ต้องการชื่อเสียงโด่งดังในโลกออนไลน์ แต่ “พันช์คุง” ต้องการความสงบสุข หากสวนสัตว์อิชิกาวะต้องการช่วยเหลือสัตว์อย่างจริงใจ พวกเขาสามารถเริ่มต้นด้วยการปกป้องถิ่นที่อยู่ของสัตว์ในท้องถิ่น ดำเนินโครงการฟื้นฟูธรรมชาติ และสนับสนุนความพยายามในการอนุรักษ์ที่มีความหมาย แทนที่จะแสวงหาผลกำไรจากความเจ็บปวดของสัตว์ที่อ่อนแอ
นอกจากนี้ PETA ยังเรียกร้องให้สวนสัตว์อิชิกาวะปฏิบัติต่อ “พันช์คุง” อย่างถูกต้อง โดยให้ย้าย “พันช์คุง” ไปยังสถานพักพิงสัตว์ ซึ่ง “พันช์คุง” จะสามารถใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น