สนามข่าว 7 สี - เมื่อวาน จังหวัดสุรินทร์ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น จากเหตุคลังแสงในกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 ระเบิด พบมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 12 หลัง
ที่เห็นเป็นสภาพบ้านเรือนประชาชนในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลเฉนียง อำเภอเมืองสุรินทร์ ที่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดที่เกิดขึ้น จากเหตุระเบิดในอาคารเก็บวัตถุระเบิด ของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 ถนนเลี่ยงเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากหมู่บ้านจัดสรรดังกล่าว ประมาณ 300 เมตร
ซึ่งสภาพบ้านแต่ละหลัง อยู่ในสภาพกระจกหน้าต่างแตก กรอบหน้าต่างอลูมิเนียมพังเสียหาย หลุดออกมาจากผนัง ฝ้าเพดานแตกและตกลงมา โคมไฟในบ้านห้อยลงมาจากฝ้าเพดาน นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนหางของลูกจรวดอาร์พีจี กระเด็นมาตกถึงในพื้นที่หมู่บ้าน
หญิงคนหนึ่งที่เช่าบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ เล่าว่า ตอนแรกได้ยินเสียงดัง คิดว่าเป็นหม้อแปลงระเบิด เมื่อมาดูที่หน้าต่าง ก็พบว่ามีแสงไฟลุกไหม้ ซึ่งก็ยังคิดว่าน่าจะเป็นไฟไหม้ธรรมดา ก่อนที่สามีจะบอกว่าเป็นคลังอาวุธ จึงรีบพากันอพยพหนีออกไป ซึ่งหลังจากนี้คิดว่าจะไปเช่าที่อยู่ใหม่ ให้ไกลจากพื้นที่ตรงนี้
ส่วน นางวนิดา เจ้าของบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรร เล่าว่า ตอนแรกได้ยินเสียงดัง ก็คิดว่ามีการจุดพลุ จึงออกมายืนดูที่หน้าต่าง ก่อนเกิดระเบิดลูกใหญ่ขึ้น จึงรีบอพยพออกจากบ้าน เพิ่งซื้อบ้านมาอยู่ได้เพียงประมาณ 1 ปี ก่อนหน้านี้ไม่ทราบเลยว่าตรงจุดนี้เป็นคลังอาวุธ ถ้ารู้ก็คงไม่มาซื้อบ้านอยู่ตรงนี้
ขณะที่ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย พลตำรวจโท รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมกันแถลงชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสรุปสาเหตุเบื้องต้นเกิดมาจากอากาศที่ร้อนจัดเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลคลังอาวุธได้เปิดประตู เพื่อระบายความร้อนที่ตัวอาคารแล้วถึง 2 ครั้ง ก่อนจะเกิดระเบิด ส่วนความเสียหายทั้ง 2 อาคาร มีอาวุธ ลูกระเบิด และเครื่องกระสุนปืน เสียหายไปประมาณ 400,000 นัด ส่วนเรื่องการเก็บรักษา ยืนยันว่าเป็นไปตามยุทธวิธีทางทหาร
ส่วนความเสียหาย บ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ห่างไป 300 เมตร พบว่าเสียหายไปทั้งหมด 12 หลัง ทางจังหวัดได้ให้ อบต.เฉนียง ใช้งบเงินทดลองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลัง ช่วยเหลือประชาชน หลังละไม่เกิน 49,000 บาท และหากเสียหายเล็กน้อยจะเยียวยาตามความเป็นจริง