กกต.แจ้งความเอาผิดคนขัดขวางปฏิบัติหน้าที่

View icon 18
วันที่ 26 ก.พ. 2569 | 07.08 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ในการเลือกตั้งซ่อมในเขตคันนายาว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่ กกต.ถูกจับตา และตั้งข้อสังเกตจากภาคประชาชน จนคณะกรรมการลงความเห็นว่า มีการกระทำที่เกินควร เข้าข่ายเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ จึงมอบหมายให้มีการแจ้งความดำเนินคดี

กกต.แจ้งความเอาผิดคนขัดขวางปฏิบัติหน้าที่
ภาพการปะทะคารม จากการสังเกตการของภาคประชาชน ระหว่างการลงคะแนนการเลือกตั้งเขตคันนายาว ถูกนำไปพิจารณาในที่ประชุมของคณะกรรมการ กกต. ก่อนลงความเห็นว่าเข้าข่ายขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการนับคะแนนการเลือกตั้ง

ก่อนมอบหมายให้ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงดำเลิศ ผู้อำนวยการกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจสอบสวนกลาง ให้พิจารณาดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล 4-5 คน ที่เข้าข่ายกระทำผิด

นายครรชิต บอกว่า เรื่องนี้มองได้ 2 มุม ในมุม กกต. ก็มั่นใจว่าการทำงานนั้นโปร่งใส เชื่อถือได้ ขณะที่ฝั่งภาคประชาชนไม่มั่นใจ คิดว่า QR Code หรือ Barcode บนบัตรเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นไม่เป็นความลับ

ซึ่งจริง ๆ แล้ว การสังเกตการณ์ของภาคประชาชน ไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางการเลือกตั้ง เมื่อพฤติกรรมที่แสดงออก เข้าข่ายว่าเป็นความผิด ก็ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนวันนี้ (26 ก.พ.) นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน จะไปศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นฟ้องเอาผิดกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ กกต.แค่ต้องพิสูจน์และชี้แจงตามขั้นตอน ยืนยันว่าการออกมาแจ้งความครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการโต้ตอบใคร แต่ทำไปตามขั้นตอนของกฎหมายเท่านั้น

"สมชัย" ชี้ช่อง ปชช.แจ้งความกลับ กกต.
ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กชี้ช่องทางให้ประชาชน หากรู้สึกว่าได้รับการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยมิชอบ ดำเนินการตาม 5 ข้อ ดังนี้

1. แจ้งความกลับ กรณีแจ้งความเท็จ หรือ ม.157 ว่าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อกลั่นแกล้งประชาชน

2. ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ในกรณีที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้มีผลกระทบต่อการทำงาน ยิ่งผู้เสียหายเป็นผู้มีหน้าที่การงานระดับสูง หรือเป็นผู้มีชื่อเสียง สามารถเรียกค่าเสื่อมเกียรติได้ กี่สิบล้านก็ได้ ถ้าศาลเห็นว่าเป็นการกลั่นแกล้งให้เสื่อมเกียรติจริง

3. เมื่อคดีเข้าสู่ศาล สามารถขออำนาจศาลเรียกหลักฐานต่าง ๆ มาเปิด และอาจนำไปสู่คดีความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้

4. ร้องเรียนต่อองค์กรอิสระอื่น เช่น ปปช., คณะกรรมการสิทธิ, ผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่าได้รับการกระทำที่มิชอบจากเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

5. ยอมเสียเวลาขึ้นศาลสัก 2 ปี แต่ถ้าชนะคดีแพ่ง ได้มาสัก 10 ล้าน ก็คุ้มครับ

"อ.ปริญญา" ติง กกต.เร่งประกาศผลเลือกตั้ง
อีกคนที่ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง กกต. คือ รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า "ผมเห็นว่า กกต. ไปผิดทางทิศผิดทางมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว (นี่ผมใช้คำเบามากนะครับ) เพราะ พรป.เลือกตั้ง สส. มาตรา 127 บัญญัติว่า กกต. ประกาศผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้ เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

แล้ว กกต. ตรวจสอบเบื้องต้นกันอย่างไร จึงเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ถึงได้ประกาศผลและรับรอง สส.แบบแบ่งเขต 396 คน ทั้ง ๆ ที่ยังมีปัญหาและข้อสงสัยมากมายว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรมจริงหรือไม่ ?

ที่รัฐธรรมนูญให้เวลาถึง 60 วัน เพื่อให้ กกต. ตรวจสอบก่อนประกาศผล ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว กกต. ใช้เวลา 37 วัน แต่คราวนี้ กกต. ชุดนี้ใช้เวลาแค่ 17 วัน ความจริงการประกาศผลเลือกตั้งรวดเร็วเป็นเรื่องดี แต่ต้องทำให้ถูกต้อง คือ ตรวจสอบแล้ว ผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จริง ๆ ไม่ใช่หักดิบความรู้สึกประชาชนแบบนี้ครับ

ที่สำคัญคือ กกต. ไปฟ้องภาคประชาชนที่เขาพยายามปกป้องการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม และต้องการพิสูจน์ให้ กกต. เห็นว่า QR Code หรือ Barcode บนบัตรเลือกตั้ง มีปัญหาจริง ๆ กกต. ควรเอาประชาชนเป็นพวก ไม่ใช่ทำให้ประชาชนเป็นฝ่ายตรงข้าม และไล่ฟ้องประชาชนแบบนี้ ตอนนี้ยังไม่สายเกินไป กกต. มาอยู่ข้างประชาชน และเอาประชาชนเป็นพวก จะดีกว่าไหมครับ"

นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน เชื่อว่าตนเองน่าจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูก กกต. แจ้งความเอาผิด กรณีไปสังเกตการณ์เลือกตั้งเขตคันนายาว วันที่ 22 กุมภาพันธ์ โดยยืนยันไม่ได้ขัดขวาง แค่อยากไปดูว่าบัตรเลือกตั้งเปลี่ยนหรือไม่ แต่อาจทำให้ ผอ.กกต.กทม. รู้สึกถูกกดดันจากการจี้ถาม 2 คำถามใหญ่ โดยเฉพาะประเด็น QR Code หรือ Barcode ที่ กกต.กำหนดไว้ตรวจการปลอมแปลง จึงขอให้ กกต.ออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าว ดีกว่าแจ้งจับประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง