หมอวาโย ยื่นฟ้อง กกต.กับพวกรวม 9 ราย เอาผิด ม. 157 ปมจัดเลือกตั้ง 69

หมอวาโย ยื่นฟ้อง กกต.กับพวกรวม 9 ราย เอาผิด ม. 157 ปมจัดเลือกตั้ง 69

View icon 52
วันที่ 26 ก.พ. 2569 | 14.02 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
หมอวาโย ยื่นฟ้อง กกต.กับพวกรวม 9 ราย เอาผิด ม. 157 ปมจัดเลือกตั้ง 69 ยื่น วิษณุ-บริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้ง เป็นพยาน ศาลนัดฟังคำสั่ง 24 มี.ค.นี้

วันนี้ (26 ก.พ.69) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความ เดินทางมายื่นฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 7 คน, เลขาธิการ กกต. และ ผู้อำนวยการสนับสนุนการเลือกตั้ง รวมทั้งหมด 9 คน เป็นจำเลย ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

นพ.วาโย กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมายื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาหลักคือ ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ประกอบ มาตรา 164  ซึ่งศาลนัดตรวจคำฟ้องว่าจะรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ 

นพ.วาโย กล่าวอีกว่า ความคาดหวังจากที่มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นจำนวนมาก เราได้นำข้อเท็จจริงมาศึกษาโดยละเอียด และเห็นว่า มีคดีตัวอย่างกรณีของ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต. เมื่อปี 2549 ศาลได้ลงเป็นความผิดฐาน พ.ร.ป. กกต.มาตรา 24 ประกอบมาตรา 42 ในขณะนั้น เทียบกับปัจจุบันคือ พ.ร.ป. กกต.มาตรา 69 แม้คำวินิจฉัยครั้งนั้นจะตีตกในความผิด ม.157 แต่ในครั้งนี้เราได้ยื่นในข้อกฎหมายอื่นร่วมด้วย เพื่อปิดช่องโหว่และต้องการให้ทาง กกต.ได้รับผิดทางอาญา  ซึ่งตนยินดีต่อสู้หากคดีนี้ต้องลากกันไปยาวนานจนถึง 10 ปี

เมื่อถามว่า หากประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง 50 ล้านคนเห็นว่าตนได้รับความเสียหาย จะสามารถมาใช้สิทธิ์ยื่นฟ้องได้หรือไม่ นพ.วาโย กล่าวว่า ราษฎรฟ้องคดีอาญาด้วยตนเองไม่ได้ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งเป็นคดีอาญาทุจริต ที่เป็นการฟ้องเจ้าพนักงานยิ่งยากขึ้นกว่าเดิม แม้แต่การระบุพยานก็มีกระบวนการที่ต่างจากคดีอาญาทั่วไป แต่ประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคนถือเป็นผู้เสียหาย มีสิทธิโดยชอบที่จะเข้าฟ้องคดีแบบนี้ต่อ กกต.ได้ เพราะตนในฐานะโจทก์ก็เข้ามาฟ้องในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ได้รับความเสียหาย

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยมีผู้ยื่นร้อง กกต.ต่อทั้งศาลอาญาคดีทุจริต หรือศาลตามภูมิลำเนา อาจจะเป็นการฟ้องซ้ำหรือไม่  หรือจะต้องรวมสำนวนหรือไม่ นพ.วาโย กล่าวว่า การรวมสำนวนเป็นดุลยพินิจของศาล แต่การฟ้องซ้ำซ้อนไม่ใช่แน่นอน เพราะผู้เสียหายเป็นคนละคนกัน อย่างคดีที่ต้องฟ้องในวันนี้ หากศาลไม่รับฟ้องก็กลายเป็นยกฟ้องไปโดยปริยาย ตนก็เข้ามาฟ้องคดีใหม่ไม่ได้ แต่ก็ไม่ตัดสิทธิ์ผู้เสียหายคนอื่นที่เป็นประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่จะเข้ามาฟ้องต่อศาลได้

เมื่อถามว่า พฤติการณ์ของผู้ที่ถูกร้องส่งผลเสียหายต่อตัวพรรค ผู้สมัคร หรือผู้ลงคะแนนอย่างไรบ้าง นพ.วาโย กล่าวว่า คดีนี้มีโจทก์ที่ร่วมยื่นฟ้องคือพรรคประชาชน, นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งทุกคนที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องล้วนเป็นประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง นั่นหมายความว่าประชาชนทุกคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งก็ถือว่าเป็นผู้เสียหายตามนิตินัย และ พฤติการณ์ของผู้ถูกร้องส่งผลเสียต่อพรรคการเมืองในเรื่องของเศรษฐกิจ จากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ตรงและไม่ลับ เพราะแต่ละพรรคต้องมีค่าใช้จ่ายในการหาเสียงอีกด้วย

เมื่อถามว่า ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน มองกรณีที่ผู้อำนวยการ กกต.กรุงเทพ ฟ้องประชาชนที่เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่อย่างไรบ้าง นพ.วาโย กล่าวว่า ตนคิดว่าจะเอาการกระทำนี้ของ กกต.ไปแก้ฟ้องเพิ่มเติมภายใน 15 วัน เพราะการที่ฟ้องประชาชนที่เข้ามาพิสูจน์เรื่องนี้ แต่ไม่ตั้งคณะกรรมการไต่สวนเรื่องดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นว่า กกต.เลือกปฏิบัติ ไม่ใช่ว่า กกต.ทำแล้วจะไม่ผิด 157 แต่ทำแล้วจะโดน 157 มากกว่าด้วยซ้ำ

เมื่อถามว่า เป็นการฟ้องปิดปากประชาชนหรือไม่ เพราะอ้างว่าถ้าไม่ทำก็อาจจะโดน ม.157 นพ.วาโย กล่าวว่า เรื่องนี้ตนมองว่าประหลาดมาก แนวทางของพรรคประชาชนมองว่าเป็นการฟ้องปิดปากอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ทีมของตนมุ่งมั่นที่จะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จให้ได้ ประชาชนที่รู้สึกว่าตนเองเสียหายก็สามารถดำเนินคดีได้ที่ศาลอาญาคดีทุจริตประจำภาค อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ทำให้ประชาชนเห็นหน้าที่ขององค์กรอิสระที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ตอนนี้ทางพรรคประชาชนได้ยกร่างเพิ่มเติมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าสภาเปิดทางพรรคก็จะยื่นทันที

เมื่อถามว่า ได้มีการยื่นพยานเพิ่มเติมหรือไม่ นพ.วาโย กล่าวว่า มีพยานหลายท่านทั้งนักกฎหมายที่อยู่หน้าสื่อแทบทุกท่าน หรือ รศ.ดร.วิษณุ เครืองาม เราก็เชิญมาด้วย บริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้ง 3 บริษัทเราก็เชิญมาทั้งหมด รวมถึงเอกสารทีโออาร์ สัญญาจ้าง และรายงานการประชุมของ กกต.ตั้งแต่มีการยุบสภา