วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เปิดโครงการ “รักษาฟรี 3 วัน” ผู้ป่วยยากไร้ ถวายพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง”

วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เปิดโครงการ “รักษาฟรี 3 วัน” ผู้ป่วยยากไร้ ถวายพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง”

View icon 50
วันที่ 26 ก.พ. 2569 | 15.43 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์-กรมการศาสนา” เปิดโครงการ “รักษาฟรี 3 วัน” ดูแลผู้ยากไร้อุทิศถวายพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง”
.
เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 พระราชโพธิวิเทศวัชรมุนี วิ. เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เลขานุการพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล พร้อมด้วย นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา ร่วมถวายการต้อนรับและตักบาตรพระสงฆ์คณะพระธุดงค์ธรรมยาตรา จำนวน 109 รูป ที่เข้าร่วม “โครงการเดินธุดงค์ธรรมยาตราตามรอยบาทพระศาสดา พุทธภูมิ อินเดีย-เนปาล รุ่น 9 พ.ศ. 2568-2569” ซึ่งมีกำหนดการจาริกเป็นเวลา 109 วัน ระยะทางกว่า 3,100 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 7 เมษายน 2569
.
ต่อมาในเวลา 16.00 น. คณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ “รักษาฟรี 3 วัน” อุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สถานพยาบาลกุสินาราคลินิก ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ด้านสุขภาพแก่ผู้ป่วยยากไร้ในพื้นที่เมืองกุสินารา โดยในพิธีเปิดโครงการ คณะแพทย์ได้ให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นแด่คณะพระธุดงค์ธรรมยาตรา ตลอดจนประชาชนผู้เข้าร่วมงาน
.
สถานพยาบาลแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ จัดตั้งขึ้นโดยคณะพระธรรมทูตไทยสายประเทศอินเดีย–เนปาล มีเป้าหมายสำคัญในการดูแลพระภิกษุสงฆ์ที่อาพาธ และให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนชาวอินเดียในท้องถิ่นที่ยากไร้และขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข
.
การดำเนินงานดังกล่าวถือเป็นการตอบแทนน้ำใจชาวอินเดียในพื้นที่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลรักษาสังเวชนียสถาน ณ เมืองกุสินารา (สถานที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน) ให้พุทธศาสนิกชนทั่วโลกได้เดินทางมาสักการะจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐอินเดีย
.
โครงการนี้ขับเคลื่อนภายใต้กองทุน “6 บาท หรือ 12 รูปี” ซึ่งเปรียบเสมือนแสงสว่างแห่งความหวัง ที่มุ่งมอบโอกาสในการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ผู้ยากไร้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง