วันนี้ (26 ก.พ.69) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรภาคธุรกิจ และองค์กรชั้นนำ จัดพิธีเปิดโครงการ “TOP Green PLUS (TOP Green+)” หลักสูตรผู้นำระดับสูงที่มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรให้สามารถ “พลิกความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม” ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ เปิดมุมมองใหม่ในการสร้างคุณค่า เสริมความสามารถในการแข่งขัน และเชื่อมประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในระดับองค์กรและระดับสังคม
หลักสูตร TOP Green PLUS ในปีนี้ วางเป้าหมายให้ “ความยั่งยืน” ก้าวข้ามกรอบของการเรียนรู้เชิง แนวคิดไปสู่ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงเงื่อนไขการแข่งขัน โอกาสทางธุรกิจ และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในโลกที่ มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จขององค์กร พร้อมเสริมเครื่องมือและกรอบคิดที่ ช่วยให้ผู้นำสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
โดยในงาน มี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ และได้รับเกียรติจาก ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มองไกลกว่าความยั่งยืน” โดยชี้ให้เห็นว่า “ความยั่งยืน” ได้เปลี่ยนสถานะจากกิจกรรมเพื่อภาพลักษณ์ มาเป็นข้อกำหนดเชิง โครงสร้างที่ส่งผลต่อศักยภาพการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเน้นย้ำว่าความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ เอกชน และภาควิชาการ คือ กลไกสำคัญในการเร่งให้การเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานการ ดำเนินงาน เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน และสามารถขยายผลสู่เศรษฐกิจและสังคมได้ในระยะยาว


ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ปาฐกถาพิเศษ ว่า สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในมิติเศรษฐกิจและความต่อเนื่องทางธุรกิจว่า ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ปัญหาทรัพยากรน้ำ มลพิษ และแรงกดดันด้านกฎระเบียบ กำลังกลายเป็น “ต้นทุนแฝง” ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานจริงของภาคธุรกิจมากขึ้น พร้อมส่งสัญญาณให้ภาคเอกชนเร่งยกระดับการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และผลักดันแนวคิด Research to Commercial เพื่อขยายการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปใช้จริง โดยหลักสูตร TOP Green PLUS จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมองค์ความรู้เชิงวิชาการกับการบริหารจัดการเชิงธุรกิจให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการ TOP Green PLUS สะท้อนบทบาทความเป็นผู้นำของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ พัฒนา ศักยภาพผู้นำ และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ พร้อมสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถยืนหยัดและแข่งขันได้ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่ให้ความสำคัญต่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้นิสิตมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมและความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง
ในปีนี้ โครงการได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย (FTI), UN Global Compact Network Thailand, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายการกำกับดูแล การใช้ข้อมูล การบริหารความเสี่ยง และการขยายผลสู่โอกาสทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
รศ.ดร.พันธวัศ สัมพันธ์พานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความ ยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ขับเคลื่อนหลักสูตร “TOP Green PLUS” กล่าวว่า โครงการ TOP Green PLUS เป็นการต่อยอดจากหลักสูตร TOP GREEN รุ่นที่ 1 โดยเพิ่มความเข้มข้นด้านการลงมือทำจริง (Actionoriented Learning) การเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้นำองค์กรระดับโลกและองค์กรชั้นนำของประเทศ ตลอดจนการผสานพลังระหว่างผู้เข้าอบรม ผู้เชี่ยวชาญ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และประเทศชาติอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับ TOP Green PLUS มุ่งสร้างเครือข่ายผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์และมีความสามารถในการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่าน การกำกับดูแล และการใช้ข้อมูลการบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือเชิงระบบ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
สำหรับ TOP Green PLUS มุ่งสร้างเครือข่ายผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ และมีความสามารถในการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่าน การกำกับดูแล และการใช้ข้อมูล การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือเชิงระบบ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว สอบถามข้อมูลได้ที่โทร. 06-5636-9873 หรือ topgreenplus@gmail.com