ชนนพัฒน์ รับหนังสือรับรอง สส.สงขลา สมัยที่ 2 ไม่หวั่นคดี พร้อมให้ตรวจสอบ เชื่อ กล้าธรรม-ภูมิใจไทย ความสัมพันธ์ยังดี รอผู้ใหญ่คุยดีลร่วมรัฐบาล ยันไม่ใช่จุดอ่อนปิดโอกาส ปากหวานชื่นชอบ “ลุงเน” เหตุเคยทำทีมฟุตบอล
วันนี้ (26 ก.พ.69) นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม เดินทางมารับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งเป็น สส. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมกับ เปิดเผยว่า ตนจะเข้าไปรายงานตัวที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เพราะวันที่ 2 มี.ค.69 ที่พรรคนัดเข้าไปรายงานตัว ตนติดภารกิจ โดยครั้งนี้ตนเป็น สส.สมัยที่ 2 ซึ่งในพื้นที่มีงานมากมาย ตนได้ทำอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ดูแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลก่อน ย้ำว่าตนมีจุดเด่นเรื่องการทำงานและใส่ใจพื้นที่ ประชาชนจึงให้โอกาสกลับเข้ามาเป็นผู้แทน
นายชนนพัฒฐ์ กล่าวว่า ในส่วนของคดีความตนพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และยินดีให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบ ทราบว่าคดีอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตนพร้อมจะเข้าไปชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ซึ่งได้เตรียมข้อพิสูจน์ไว้แล้ว ขณะที่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้ให้กำลังใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีความจะกระทบภาพลักษณ์พรรคกล้าธรรมหรือไม่ นายชนนพัฒฐ์ มองว่า เมื่อมาถึงจุดนี้ก็ต้องทำใจให้ได้ ต้องโดนตรวจสอบอยู่แล้ว เมื่อตนเข้ามาก็เจอเรื่องเช่นนี้มาโดยตลอด ยอมรับว่าเป็นห่วงความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่แค่นั้น นอกนั้นไม่ได้คิดอะไร
เมื่อถามว่า จะเป็นจุดอ่อนที่ทำให้พรรคกล้าธรรมไม่มีโอกาสได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชนนพัฒฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่น่าจะใช่ ส่วนตัวกับพรรคภูมิใจไทยมีความสนิทสนมกันมากพอสมควร เพราะเคยทำงานฟุตบอลมาก่อน มีความชื่นชอบลุงเน แต่ทั้งนี้ต้องรอให้ผู้ใหญ่พูดคุยกัน ส่วนตัวเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายจะมีการพูดคุยกัน และบรรลุตามเป้าหมาย
เมื่อถามว่า ตั้งเป้าหมายว่าต้องร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายชนนพัฒฐ์ กล่าวว่า ยังเชื่อในความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีและได้ร่วมต่อสู้มาด้วยกัน โดยเฉพาะการทำงานในรัฐสภาชุดที่ 26 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ตนได้มีการพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส ก่อนที่จะเดินทางมารับหนังสือรับรอง โดยแจ้งให้ทราบว่าตนมีความจำเป็นต้องเดินทางมารับหนังสือก่อน ส่วนตัวเชื่อว่าเมื่อรับรอง สส.แล้ว ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายน่าจะพูดคุยกัน เพราะหลายฝ่ายพูดว่าต้องรับรอง สส.ก่อน
อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้ร่วมรัฐบาลก็ไม่กระทบการทำงานในพื้นที่ เชื่อว่าทุกหน่วยงานยินดีที่จะสนับสนุนคนที่เป็น สส.เพื่อดูแลประชาชน