สนามข่าว 7 สี - กรณี กกต. ส่งตัวแทน แจ้งความกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกลุ่มบุคคลที่มาร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งใหม่ ที่หน่วยเลือกตั้งเขตคันนายาว เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2569
รองเลขาธิการ กกต. บอกมีประมาณ 4-5 คนที่ถูกดำเนินคดี ล่าสุดมีการเปิดเผยรายชื่อทั้งหมด 6 คน
บุคคลที่ กกต. แจ้งความให้ดำเนินคดีมี 6 คน ประกอบด้วย
1. นายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ spacebar
2. นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการ ดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม
3. นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ซีอีโอ บริษัท DomeCloud
4. นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย เจ้าของเพจ M.I.B Marketing In Black.
5. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน
6. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง
โดยให้ดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง ฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กระทำการยุยงปลุกปั่น มาตรา 209 ความผิดฐานฐานเป็นอั้งยี่ มาตรา 322 ความผิดฐานเปิดเผยความลับ
และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จที่ส่งผลเสียหายต่อประชาชน และความมั่นคง
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. หลังทราบว่าถูก กกต. แจ้งความดำเนินคดี โพสต์เฟซบุ๊กว่า โปรดอย่าถอนการแจ้งความ เพราะ
1. เมื่อตำรวจเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว จะได้ทราบว่า กกต. ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ แจ้งความเท็จ หรือ กลั่นแกล้งประชาชนให้ได้รับความเสียหายอย่างไร
2. หากเป็นการแจ้งความเท็จ ผู้ถูกดำเนินคดี จะแจ้งความกลับในคดี อาญา 157 เจ้าพนักงานของรัฐกระทำการโดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งประชาชนให้ได้รับความเสียหาย
3. เนื่องจากผู้เสียหาย มีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากค่าใช้จ่ายในการแก้คดี และค่าเสียหายจากการเสียโอกาสในการประกอบวิชาชีพ และมีการถูกทำให้เสื่อมเกียรติ จึงจะมีการฟ้องดำเนินคดีทางแพ่ง เพื่อให้ กกต. ชดใช้ตามสมควรด้วย และหากแพ้โปรดใช้เงินส่วนตัว อย่าเอาภาษีประชาชนมาจ่าย
4. การขึ้นถึงศาล เป็นโอกาสในการใช้อำนาจศาลในการเรียกพยานหลักฐานทุกอย่างที่ กกต. ไม่เปิดเผยต่อประชาชน อาทิ TOR การพิมพ์บัตร สัญญาจ้าง รายงานการตรวจรับ รายงานการประชุม การเปิดหีบบัตรเพื่อดูพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่การดำเนินคดีอื่น ๆ อีก เป็นต้น
5. ขอบคุณ กกต. ครับ ที่เมาหมัด
เมื่อวาน นายสมชัย และนายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ อีกคนที่ถูก กกต.ดำเนินคดี เปิดใจในรายการ "มีเรื่องต้องคุย" ว่า เพิ่งเคยเห็น กตต. ดำเนินคดีกับประชาชน โดยทั้งสองคนเตรียมฟ้องกลับ กกต. เช่นกัน ฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ขณะนี้นายธนารัตน์ กำลังรวบรวมมูลค่าความเสียหายด้านภาพลักษณ์และผลกระทบเชิงธุรกิจด้วย
ขณะที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กร่ายยาวถึงแต่ละข้อหาที่ กกต. แจ้งความกับ 6 บุคคล โดยสรุปสั้น ๆ ได้ว่า ข้อกล่าวหาของ กกต. หากพิจารณาตามองค์ประกอบของกฎหมาย กกต. อาจเข้าข่ายกลั่นแกล้งให้ประชาชนต้องโทษคดีอาญา ควรแจ้งความดำเนินคดีกลับกับ กกต. ทันที ตาม ป.อาญา มาตรา 172 ฐานให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดทางอาญาแก่เจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเสียหาย และมาตรา 175 แจ้งความเพื่อจะแกล้งให้ประชาชนต้องรับโทษทางอาญา
นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นฟ้องประธาน กกต. กับพวก รวม 9 คน ในความผิดตาม ม.157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ม.69 และ พ.ร.ป.สส. ม.96 ประกอบมาตรา 164
โดยตอนนี้ ศาลได้เลขรับเลขคดีแล้ว และมีคำฟ้อง 24 หน้า ยังไม่รวมเอกสารท้ายฟ้อง โดยศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 24 มีนาคมนี้
ด้าน น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความ กกต.หค. VS รัฐธรรมนูญ หมายถึง กกต.หาทำบาร์โคด อาจขัดรัฐธรรมนูญ เพราะ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้สิทธิประชาชน ออกไปเลือกตั้ง ด้วยวิธี “โดยตรงและลับ” แต่บาร์โคดแบบ Unique Running Number ทำให้สามารถตรวจสอบบัตรทุกใบได้ว่า ผู้ใดเป็นคนกาบัตรใบนั้นๆ ถือเป็นเทคโนโลยีคุกคามความลับของผู้กาบัตรตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเรื่องนี้ ควรถูกนำมาไต่สวนว่า กกต. เพิกเฉยหรือใช้อำนาจใด จึงปล่อยให้มีเทคโนโลยีที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญอยู่บนบัตรเลือกตั้ง และสร้างกลไกแยกการจัดเก็บแบบนี้ได้
หลัง กกต.ประกาศ ทาง ไอลอว์ โพสต์ข้อความว่า กกต.ประกาศจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 แล้ว 37,807,781 คน คิดเป็น 71.42%
ข้อสังเกต คะแนนรวมที่รายงานผลบนเว็บไซต์ก่อนปิดระบบไปอยู่ที่ 34,632,581 คิดเป็น 91.60% ไม่ใช่คะแนน 94% ตามที่ กกต. เคยอธิบายไว้ ส่วนผลคะแนนประชามติยังไม่ประกาศ