ที่ จ.บุรีรัมย์ พายุฝนและลูกเห็บถล่ม หอบหลังคาโรงจอดรถโรงเรียนลอยข้ามรั้วออกมากีดขวางบนถนน ขณะที่บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 50 หลัง
เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 ก.พ.69 ได้เกิดเหตุพายุฝนและลูกเห็บตกกระหน่ำอย่างรุนแรงในหลายอำเภอ ของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะที่อำเภอพลับพลาชัย พายุได้พัดโรงจอดรถของโรงเรียนวัดพลับพลา ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยพายุได้หอบเอาหลังโรงจอดรถหลุดออกจากโครงเหล็ก ลอยข้ามรั้วโรงเรียนไปกองกีดขวางถนนทางเข้า-ออกหมู่บ้าน สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับชาวบ้าน และผู้ที่ขับรถสัญจรผ่านไปมา นอกจากนั้นลมพายุยังได้พัดหลังคาอาคารเรียนเสียหายหลายจุด แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่วนนักเรียนก็เลิกเรียนไปก่อนจะเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลสะเดา ถูกพายุพัดพังเสียหายอีกไม่น้อยกว่า 50 หลังคาเรือน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
ขณะที่นายบุญช่วย ศิลาไลย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพลับพลาชัย พร้อมด้วย นางอุษามณี จันเติบ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพลับพลา คณะครู เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลพลับพลาชัย ผู้นำชุมชน อาสาสมัครหน่วยกู้ภัย ประชาชน รวมถึงพระสงฆ์ ได้ช่วยกันรื้อแผ่นหลังคาของอาคารโรงจอดรถโรงเรียน โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถนำเอาหลังคา ออกจากบริเวณถนนได้ เพื่อให้รถสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ
นางอุษามณี จันเติบ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพลับพลา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ เล่าให้ฟังว่าในช่วงเย็นที่ผ่านมาได้เกิดพายุฝนพัดถล่มอย่างหนัก ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเกิดขึ้นเร็วมาก ทำให้หลายคนตั้งตัวแทบไม่ทัน หลายคนต้องเอาชีวิตรอดด้วยการมุดใต้ท้องรถก็มี ถึงแม้จะตกมาไม่นานเพียงประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่พายุฝนพัดกระหน่ำลงมาอย่างหนักมาก ถือว่าเหตุการณ์ครั้งนี้หนักสุด จากที่เคยเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา
ด้านนายบุญช่วย ศิลาไลย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพลับพลาชัย อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ บอกว่าเบื้องต้นนอกจากมีโรงเรียนวัดพลับพลา ที่ได้รับความเสียหายแล้ว ยังมีบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ 3 หมู่บ้าน คือบ้านพลับพลา บ้านโคกกี่ และบ้านนกกระเรียน ได้รับความเสียหายด้วยเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 50 หลังคาเรือน รวมถึงสิ่งปลูกสร้างและสถานที่อื่น ๆ อีก ซึ่งจะได้มีการออกสำรวจและตรวจสอบความเสียหายอีกครั้งในช่วงเช้าของวันที่ 27 ก.พ.69 เพื่อที่จะได้รายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และจะได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมายต่อไป