สกัดอนุทิน เสรีพิศุทธ์ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

สกัดอนุทิน เสรีพิศุทธ์ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

View icon 40
วันที่ 27 ก.พ. 2569 | 14.44 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
"เสรีพิศุทธ์" สกัด "อนุทิน" ขยายอำนาจจะกินรวบทั้งประเทศ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ยืนยันไม่สนกระทบ “ธรรมนัส” ชี้ไม่เคยสนับสนุนแค่บอกว่า ”คบง่ายกว่า“

วันนี้ (27 ก.พ.69) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้ง ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลที่ผ่านมา โดยขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายขาดความซื่อสัตย์สุจริตและมีพฤติกรรมผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งอาจทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 (4) แม้รัฐบาลจะยุบสภาแล้วแต่ยังคงอยู่ในสถานะรักษาการ

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าวถึงเหตุผลที่เพิ่งมายื่นร้องเรียนในช่วงจัดตั้งรัฐบาลใหม่ว่า ที่ผ่านมาตนรู้จักกับนายอนุทินเป็นการส่วนตัว ตั้งแต่สมัยเป็น สส. ด้วยกัน จึงไม่ได้ดำเนินการร้องเรียน แต่ภายหลังเห็นสถานการณ์ทางการเมืองมีแนวโน้มขยายอำนาจมากขึ้น และมองว่า นายอนุทินจะกินรวบหรือคุมทั้งประเทศ จึงตัดสินใจยื่นเรื่องตรวจสอบ

นอกจากนี้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่า มีการซื้อสิทธิขายเสียงในหลายพรรคการเมืองใหญ่ รวมถึงการใช้อำนาจรักษาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด และนายอำเภอ ซึ่งอาจมีผลต่อการควบคุมกระบวนการเลือกตั้ง พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีความเป็นอิสระเพียงใด

ผู้สื่อข่าวถามว่าการร้องเรียนครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อ ร.อ. ธรรมนัส หรือไม่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ หากมีผลกระทบก็ต้องยอมรับ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยสนับสนุน ร.อ. ธรรมนัส เพียงแต่เคยกล่าวว่าเป็นบุคคลที่ทำงานร่วมกันได้ง่ายกว่าเท่านั้น

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ยังเรียกร้องให้ สส. ที่ได้รับการรับรองแล้ว รวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่จำเป็นต้องยึดหลักว่าพรรคที่ได้เสียงมากที่สุดต้องเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล พร้อมเสนอแนวคิดให้พรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตรวมตัวกัน และมองว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้ตนเองจะมีเสียงสนับสนุนเพียงเล็กน้อย

“พรรคภูมิใจไทย นำพรรคของผมไปรวม ไม่ได้บอกกล่าวผม ทั้งที่ผมไม่ได้ยินดีด้วย แต่ที่เอาไปก็เป็นเพราะแผนจะไม่เอา ร.อ. ธรรมนัส เพื่อรวมให้ได้ 300 เสียง แล้วจะเอาผมไปได้อย่างไร ผมจะปราบโกง ผมรู้ว่าคุณโกง ผมจะไปอยู่ร่วมได้อย่างไร ผมไม่เหมือนรังษี พรรครังษีจะปราบโกง จะออกกฏหมายแก้โกงประหารชีวิต ยังไม่ทันไรเลย ไปมอบตัวกับเขาแล้ว“

ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า ร.อ. ธรรมนัส สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ได้ชี้ว่า ร.อ. ธรรมนัสไม่มีความผิด เพียงแต่คดีเกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยเป็นคำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย ไม่ใช่ศาลไทย จึงเห็นว่ายังเป็นประเด็นด้านคุณธรรมและจริยธรรมที่นายอนุทินต้องรับผิดชอบต่อการแต่งตั้งดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการฟ้องแก้เกี้ยวหรือไม่เพราะมาร้องล่าช้า พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ร้องเมื่อไรก็ได้ ตอนนี้ยังรักษาการอยู่ ผู้รักษาการมีอำนาจหน้าที่ ตนเองเคยเป็นราชการตนเองรู้ดี และนายอนุทิน ก็ยังอยู่ในตำแหน่ง ไปเจรจากับต่างประเทศก็ไปในฐานะนายก
  
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี กกต.แจ้งความประชาชนและสื่อมวลชน พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า กกต. ใช้ไม่ได้ อยู่ดี ๆ 17 วัน รีบประกาศทำไมเขาให้เวลาตั้ง 60 วันควรจัดการให้ชัด ๆ ให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม ดังนั้น ตนเองก็มีสิทธิคิดว่า การกระทำของ กกต.เอื้อ นายอนุทินให้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ดังนั้นการเลือกตั้งก็ควรจะสุจริตและเที่ยงธรรม แต่นี่การเลือกตั้งกลิ่นคาวฉาวโฉ่ ทุกบัตร ซึ่งการที่ประชาชนบอกให้นับใหม่ มันผิดตรงไหนเพื่อให้มันชัวร์ สื่อมวลชนก็ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ตัวเองแต่ทำเพื่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นการไปฟ้องแบบนี้กระทำไปเพื่ออะไร

ทั้งนี้ หากมีการรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ เมื่อไรแล้วยังไม่เคลียร์ ตนก็จะดำเนินคดีกับ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ส่วน เขต 33 บางกอกน้อย ที่พรรคประชาชนเปลี่ยนตัวส่ง นายเท่าพิภพ ลงแทนผู้สมัครเดิมที่ถูกตำรวจจับนั้น ตนเองขอตั้งคำถามว่า เปลี่ยนได้หรือไม่ หรือพรรคประชาชนฮั้วกับ กกต. หรือไม่ และตอนนี้มีการรับรอง สส.กทม.เขต 33 มาแล้ว ตนก็จะเตรียมยื่นฟ้องต่อ กกต.เรื่องนี้ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง