DSI เร่งสอบผู้เสียหายต่างชาติเพิ่ม 13 ประเทศ คดีดิไอคอน

DSI เร่งสอบผู้เสียหายต่างชาติเพิ่ม 13 ประเทศ คดีดิไอคอน

View icon 141
วันที่ 27 ก.พ. 2569 | 19.59 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง บอสมิน บอสแซม คดีดิไอคอน ดีเอสไอ เร่งสอบผู้เสียหายต่างชาติเพิ่ม 13 ประเทศ

นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นำโดย ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีดีเอสไอ และผู้อำนวยการกองคดีต่าง ๆ ร่วมประชุมความคืบหน้าคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป เพื่อตรวจสอบกลุ่มผู้เสียหายเพิ่มเติมทั้งในและนอกราชอาณาจักร

การประชุมครั้งนี้แบ่งเป็นคดีพิเศษที่ 17 ปี 2568 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เสียหายชาวต่างชาติจำนวน 30 ราย จาก 13 ประเทศ มูลค่าความเสียหาย 9 ล้าน 4 แสน 4 หมื่นบาท และคดีพิเศษที่ 18 ปี 2568 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เสียหายในประเทศไทยที่ตกค้างจากการสอบสวนก่อนหน้านี้อีกจำนวน 2505 ราย มูลค่าความเสียหาย 677 ล้านบาท เพื่อเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้กระทำความผิด

นายวัชรินทร์ เปิดเผยว่า อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้อง นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ บอสแซม และ นางสาวพีชญา วัฒนามนตรี หรือ บอสมิน หลังจากก่อนหน้านี้คณะพนักงานอัยการคดีพิเศษมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง แต่อธิบดีดีเอสไอได้ทำความเห็นแย้ง ส่งผลให้คดีนี้มีผู้ต้องหาที่ถูกสั่งฟ้องรวม 19 ราย แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา 18 ราย และนิติบุคคล 1 ราย โดยอัยการสำนักงานคดีพิเศษจะทำหนังสือเรียกตัวทั้งสองคนมาเพื่อนำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา หากไม่มาตามนัดจะประสานดีเอสไอให้นำตัวส่งฟ้องต่อไป

สำหรับคดีความผิดนอกราชอาณาจักรที่มีผู้เสียหายจาก 13 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สวีเดน ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง เยอรมนี ฝรั่งเศส ฟิลิปปินส์ อังกฤษ มาเลเซีย ดูไบ และนอร์เวย์ ซึ่งถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนผ่านสื่อออนไลน์นั้น ถือเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดในการพิจารณาสั่งฟ้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการสอบสวนตามกฎหมายความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา โดยกำหนดกรอบเวลาให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้

นอกจากนี้พนักงานสอบสวนเตรียมเรียกพยานสำคัญอีก 40 ราย เช่น พนักงานบริษัทและตำรวจชุดจับกุม มาสอบปากคำเพิ่มเติม และเมื่อรวบรวมหลักฐานครบถ้วนจะแจ้งข้อหาหนัก 4 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือแชร์ลูกโซ่ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการขายตรงและตลาดแบบตรง และความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์

ทั้งนี้ นายวัชรินทร์ ระบุทิ้งท้ายว่า สำหรับคดีลักษณะแชร์ลูกโซ่หรือฉ้อโกงประชาชน ศาลจะลงโทษต่างกรรมต่างวาระ หลอกผู้เสียหายหนึ่งคนนับเป็นหนึ่งกรรม ซึ่งอาจมีโทษจำคุกรวมหลายหมื่นปี แต่ท้ายที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญาจะสามารถจำคุกได้สูงสุดไม่เกิน 20 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง